Beolab 90 Monarch & Zenith — เมื่อ Bang & Olufsen ฉลอง 100 ปี ด้วยประติมากรรมที่ส่งเสียงได้

มีไม่กี่แบรนด์ในโลกที่ทำให้คนหยุดถามว่า “เสียงดีไหม” แล้วเริ่มถามว่า “นี่มันงานศิลป์หรือเครื่องเสียง” — Bang & Olufsen เป็นหนึ่งในนั้น และในวาระครบรอบ 100 ปี สิ่งที่แบรนด์เดนมาร์กเลือกทำไม่ใช่การออกสินค้าใหม่ แต่เป็นการกลับไปหาสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีที่สุด — การยกระดับวัตถุธรรมดาให้กลายเป็นสิ่งที่คนอยากเดินเข้าไปสัมผัส

Beolab 90 Monarch Edition และ Zenith Edition คือบทสรุปของซีรีส์ Atelier ที่ประกอบด้วยทั้งหมด 5 เวอร์ชัน ตั้งแต่ Titan, Shadow, Mirage จนมาจบที่สองรุ่นนี้ ทุกรุ่นผลิตจำกัดเพียง 10 คู่เท่านั้น

Beolab 90 Monarch Edition

Monarch — เมื่อไม้พูดภาษาเดียวกับอะลูมิเนียม

Monarch Edition เลือกใช้ไม้ Rosewood Palisander ที่มีลายเนื้อลึกและโทนสีอบอุ่น ตัดกับผิวอะลูมิเนียมที่ขัดเรียบ lamellas ของไม้ถูกจัดวางเป็นมุมเอียงไล่ตามรูปทรงของตัวลำโพง สร้างจังหวะที่หมุนรอบ 360 องศาอย่างต่อเนื่อง

จุดที่น่าสนใจคือ “ปม” ไม้ทั้ง 6 จุดที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อ lamellas เข้าด้วยกัน โดยปมด้านหน้ามีแถบไม้บางๆ ที่แสงสามารถส่องผ่านได้ — รายละเอียดเล็กๆ ที่บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิธีคิดของ Bang & Olufsen ว่าพวกเขาไม่ได้ออกแบบเพื่อให้คนมอง แต่ออกแบบเพื่อให้คนรู้สึก

ผ้าโปร่งแสงที่คั่นระหว่าง lamellas กับไดรเวอร์ข้างใน เปิดให้เห็นกลไกเสียงอยู่ลึกๆ เหมือนเสื้อผ้าชั้นดีที่ไม่ซ่อนโครงสร้าง แต่โอบรับมันเป็นส่วนหนึ่งของความงาม

Beolab 90 Zenith Edition

Zenith — 1,800 ทรงกลมอะลูมิเนียม กับเปลือกหอยมุก

ถ้า Monarch คือความอบอุ่นของไม้ Zenith คือความเย็นสง่าของโลหะ

แต่ละแผงจากทั้งหมด 6 แผง ประกอบด้วยทรงกลมอะลูมิเนียมอะโนไดซ์ 289 ลูก รวมทั้งหมดเกือบ 1,800 ลูกต่อตัวลำโพง จัดเรียงด้วยมือใน 7 โทนสีที่ได้แรงบันดาลใจจากไข่มุก เมื่อแสงกระทบ พื้นผิวทั้งหมดจะเปลี่ยนไปตามมุมมอง เหมือนผิวน้ำที่สะท้อนสิ่งรอบข้าง

หน้ากากอะลูมิเนียมถูก bead-blast และอะโนไดซ์ในโทนเทาเข้ม ให้ความรู้สึกคล้ายเปลือกหอยนางรม ขณะที่ด้านบนสุดฝัง mother-of-pearl เป็นวงกลมเล็กๆ ที่มีขนาดเท่ากับทรงกลมอะลูมิเนียมแต่ละลูก — ราวกับจุดศูนย์กลางที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน

Beolab 90 Atelier Series

100 ปีของการไม่ยอมเป็นแค่เครื่องเสียง

สิ่งที่ทำให้ Beolab 90 Atelier Series น่าสนใจไม่ใช่แค่ราคาที่สูงเกินจะเอื้อม หรือจำนวนการผลิตที่จำกัด แต่เป็นวิธีที่ Bang & Olufsen เลือก “ฉลอง” — ไม่ใช่ด้วยโลโก้ครบรอบปีบนกล่อง ไม่ใช่ด้วยสีพิเศษที่ทำได้ใน 5 นาที แต่ด้วยการเชิญช่างฝีมือมานั่งประกอบทรงกลมอะลูมิเนียมทีละลูก

ข้างในยังคงเป็น Beolab 90 ที่ขับเคลื่อนด้วยไดรเวอร์ 18 ตัวและเทคโนโลยี beam-forming เหมือนเดิม เพราะเสียงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนคือสิ่งที่คนเห็นก่อนจะได้ยิน

ผู้ที่ได้ครอบครองจะได้รับใบรับรอง certificate of authenticity พร้อมประติมากรรมจำลอง Beolab 90 ขนาดเล็กทำจากอะลูมิเนียม บรรจุในกล่องอะลูมิเนียมอีกชั้นหนึ่ง — แม้แต่สิ่งที่ “แถม” ยังถูกออกแบบ

การเปิดตัวจัดขึ้นที่ Bang & Olufsen Culture Store ในซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็น showroom ที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ทั่วโลก

บางทีคำถามที่ควรถามไม่ใช่ว่า “ใครจะซื้อลำโพงราคาครึ่งล้านยูโร” แต่เป็น “ทำไมเราถึงยังเรียกมันว่าลำโพง”

ภาพ: Bang & Olufsen / Fidelity Magazine

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio — ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด