ในภาพคลื่นลูกใหญ่ที่คนทั้งโลกจำได้ มีสิ่งเล็กๆ ที่คนมักมองข้าม ใต้คลื่นที่โค้งงอเหมือนกรงเล็บนั้น มีเรือเล็กสามลำกับคนพายที่ก้มตัวหลบ และไกลออกไปตรงกลางภาพ มีภูเขาไฟฟูจิยอดขาวยืนนิ่งอยู่ เล็กจนเกือบกลืนไปกับฟองคลื่น ภูเขาลูกนั้นคือสิ่งที่โฮกุไซตามวาดมาทั้งชีวิต

คัตสึชิกะ โฮกุไซ เป็นช่างพิมพ์ภาพชาวญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ เกิดปี 1760 และทำงานจนถึงวัยชราในปลายชีวิตราวปี 1849 ชุดผลงานที่ทำให้เขาเป็นที่จดจำที่สุดคือ ทัศนียภาพภูเขาไฟฟูจิสามสิบหกมุม ที่พิมพ์ออกมาราวปี 1830 แม้ชื่อจะบอกว่าสามสิบหก แต่เขาวาดเพิ่มจนเกินกว่านั้น เพราะยิ่งมองภูเขาลูกเดิม เขายิ่งเห็นมุมใหม่ไม่หมด
สิ่งที่ทำให้ชุดภาพนี้ต่างจากภาพภูเขาทั่วไป คือฟูจิแทบไม่เคยเป็นตัวเอกเต็มภาพ มันมักถูกวางไว้ข้างหลัง เป็นฉากของชีวิตประจำวันที่กำลังดำเนินอยู่ข้างหน้า คนทำงาน คนเดินทาง ลมที่พัด โฮกุไซสนใจว่าภูเขานี้ปรากฏตัวอย่างไรในสายตาของคนธรรมดาที่กำลังใช้ชีวิต ไม่ใช่ในสายตาของคนที่ตั้งใจไปชมวิว

ในภาพหนึ่ง เขาวางฟูจิไว้ตรงกลางวงถังไม้ที่ช่างกำลังขึ้นรูป ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของทั้งประเทศถูกกรอบด้วยงานช่างธรรมดา มองผ่านวงกลมของถังไม้ที่ยังทำไม่เสร็จ นี่คือวิธีคิดที่กล้ามาก คือเอาสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไปวางในกรอบของสิ่งที่เล็กและสามัญที่สุด แล้วปล่อยให้ทั้งสองอย่างส่องกันเอง

อีกภาพหนึ่งที่เอจิริในแคว้นซุรุกะ ไม่มีเหตุการณ์ใหญ่โต มีแค่ลมกระโชกพัดจนกระดาษปลิวว่อนขึ้นฟ้าและหมวกหลุดจากหัวคนเดินทาง ทุกคนในภาพก้มหน้าสู้ลม ส่วนฟูจิยืนนิ่งอยู่ไกลๆ อย่างไม่สะเทือน โฮกุไซจับช่วงเวลาที่ธรรมชาติเล่นตลกกับคนตัวเล็ก และให้ภูเขาเป็นพยานเงียบๆ ของฉากนั้น

วิธีมองแบบนี้ ชวนให้นึกถึงการหัดมองสิ่งเล็กที่อยู่ตรงหน้าซึ่งเราเคยเล่าไว้ใน ภาพถ่ายมาโคร โลกใบเล็กที่เราเดินผ่านทุกวัน ทั้งช่างพิมพ์เมื่อสองร้อยปีก่อนและช่างภาพวันนี้ ต่างสนใจสิ่งเดียวกัน คือการเลือกมุมที่ทำให้ของคุ้นตากลายเป็นของที่เราหยุดดูอีกครั้ง

โฮกุไซเปลี่ยนชื่อที่ใช้เซ็นงานหลายสิบครั้งตลอดชีวิต ช่วงบั้นปลายเขาเรียกตัวเองประมาณว่าชายชราผู้คลั่งการวาด เขาเคยเขียนไว้ทำนองว่า กว่าจะอายุเจ็ดสิบกว่า เขาถึงเริ่มเข้าใจโครงสร้างที่แท้จริงของธรรมชาติ และถ้าได้มีชีวิตต่อไปถึงร้อยกว่าปี ทุกเส้นทุกจุดที่เขาวาดจะมีชีวิตขึ้นมาเอง เขาไม่ได้มองว่าตัวเองเก่งแล้ว แต่มองว่ายังไปได้อีกไกล

ความน่าทึ่งของโฮกุไซ ไม่ได้อยู่ที่เขาวาดฟูจิได้สวย แต่อยู่ที่เขาไม่ยอมวาดมันด้วยวิธีเดิมสองครั้ง ภูเขาลูกเดียวกันในมือเขากลายเป็นทั้งฉากหลังของพายุ ของลม ของช่างไม้ และของคนเดินทาง ราวกับเขากำลังบอกว่า สิ่งเดียวกันมีได้ไม่รู้จบ ขึ้นอยู่กับว่าเรายืนอยู่ตรงไหนและมองมันในวันแบบไหน
บางที นั่นคือสิ่งที่การวาดภูเขาลูกเดิมซ้ำไปมาสอนเรา ว่าการเห็นสิ่งใหม่ อาจไม่ได้เริ่มจากการหาสิ่งใหม่ แต่เริ่มจากการยอมกลับไปมองสิ่งเดิมให้นานพอ จนมันเผยด้านที่เมื่อวานเรายังมองไม่เห็น
ดูผลงานของโฮกุไซในคอลเลกชันสาธารณะได้ที่ The Met
Photo credit: Katsushika Hokusai, series Thirty-six Views of Mount Fuji / The Metropolitan Museum of Art (public domain)
ของชิ้นนี้จากร้าน Portjolio

Daily Eyes Postcard No.10 โปสต์การ์ดภาพพิมพ์ในซีรีส์ที่ว่าด้วยการมองสิ่งรอบตัวในแต่ละวัน เข้ากับเรื่องของภาพพิมพ์และการเห็นสิ่งเดิมด้วยสายตาใหม่ในวันนี้
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด