ถ้ามองป้ายร้านเก่าใกล้ๆ จะเห็นว่าเส้นของตัวอักษรไม่ได้เท่ากันเป๊ะทุกเส้น ตัว O เอียงนิดหนึ่ง หางตัวอักษรบางตัวยาวกว่าที่ควร ตรงมุมมีร่องรอยที่พู่กันสะบัดทิ้งไว้ ความไม่สมบูรณ์แบบพวกนี้ไม่ใช่ความผิดพลาด มันคือลายมือของคนคนหนึ่งที่ยืนวาดตัวอักษรพวกนั้นด้วยมือจริงๆ

ป้ายร้านที่วาดตัวอักษรด้วยมือ เห็นร่องรอยพู่กันในเส้นอักษร

ก่อนที่คอมพิวเตอร์และเครื่องตัดสติกเกอร์จะเข้ามา ป้ายร้านทุกป้ายในเมืองล้วนมาจากมือของช่างเขียนป้าย พวกเขาคือคนกลุ่มหนึ่งที่ทำอาชีพวาดตัวอักษรลงบนกระจก ผนัง กระดาน และแผ่นเหล็ก ใช้พู่กันเส้นแบน สีเคลือบเงา และไม้ค้ำมือที่เรียกว่า mahl stick เพื่อประคองมือให้นิ่งขณะลากเส้นยาว

งานนี้ไม่ได้เริ่มจากการเลือกฟอนต์จากเมนู ช่างเขียนป้ายต้องออกแบบตัวอักษรขึ้นใหม่ให้พอดีกับพื้นที่ตรงหน้า ป้ายกว้างเท่านี้ ข้อความยาวเท่านี้ เขาต้องคำนวณระยะห่าง ความหนาของเส้น และช่องไฟด้วยสายตาและประสบการณ์ ตัวอักษรจึงไม่เคยเป็นแบบสำเร็จรูป แต่ถูกปรับให้เข้ากับที่ของมันทุกครั้ง

ตัวอักษรบนหน้าร้านที่ทำด้วยมือ จังหวะเส้นไม่เท่ากันแบบงานคน

ราวปลายศตวรรษที่ผ่านมา อาชีพนี้เกือบหายไป เมื่อการพิมพ์ด้วยเครื่องและการตัดตัวอักษรจากแผ่นไวนิลทำได้เร็วกว่าและถูกกว่ามาก ป้ายเริ่มดูเรียบเนียนเหมือนกันไปหมด เพราะมันมาจากไฟล์ดิจิทัลชุดเดียวกัน ช่างเขียนป้ายรุ่นเก่าหลายคนวางพู่กันลง เพราะไม่มีงานให้ทำอีกต่อไป

ป้ายตัวอักษรวาดมือบนผนัง โทนสีเก่าที่ผ่านการใช้งาน

แต่เมื่อทุกป้ายเริ่มหน้าตาเหมือนกัน คนก็เริ่มคิดถึงป้ายที่มีลายมือ สารคดีเรื่อง Sign Painters ที่ออกมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน พาคนกลับไปดูงานของช่างเขียนป้ายที่ยังเหลืออยู่ และจุดความสนใจในทักษะนี้ขึ้นมาใหม่ คนรุ่นใหม่เริ่มไปเรียนวาดตัวอักษรด้วยพู่กัน ร้านกาแฟและร้านเล็กๆ เริ่มจ้างช่างมาเขียนป้ายจริงแทนการสั่งพิมพ์

สิ่งที่ทำให้ตัวอักษรวาดมือต่างจากฟอนต์สำเร็จรูป คือมันบอกได้ว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ฟอนต์อย่าง Helvetica ถูกออกแบบมาให้เป็นกลาง เรียบ และใช้ได้กับทุกอย่าง เราเคยเล่าไว้ใน ทำไม Helvetica ถึงอยู่ทุกที่ จนเราเลิกสังเกตมันไปแล้ว ความเป็นกลางนั้นคือจุดแข็งของมัน แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับป้ายที่ช่างคนหนึ่งตั้งใจวาดให้ร้านร้านเดียว

ตัวอักษรบนป้ายร้านแบบดั้งเดิม ออกแบบตัวอักษรเฉพาะพื้นที่

ความไม่เท่ากันเล็กๆ ในเส้นตัวอักษรวาดมือ คือสิ่งที่คนเริ่มเห็นค่า มันคือร่องรอยของการตัดสินใจที่เกิดขึ้นสดๆ ตรงหน้างาน ช่างเลือกเองว่าจะให้ตัวไหนหนา ตัวไหนเอียง เว้นช่องตรงไหน ทุกป้ายจึงมีบุคลิกของตัวเอง ไม่มีป้ายไหนซ้ำกันเป๊ะ แม้จะเขียนคำเดียวกัน

ป้ายตัวอักษรบนหน้าต่างร้าน ตัวหนังสือที่วางองค์ประกอบด้วยสายตา

งานเขียนป้ายยังสอนอะไรบางอย่างเรื่องตัวอักษรที่หน้าจอสอนไม่ได้ คนที่วาดด้วยมือจะเข้าใจว่าตัวอักษรมีน้ำหนัก มีจังหวะ และมีร่างกายของมัน การลากเส้นโค้งของตัว S ให้สวยต้องอาศัยการเคลื่อนแขนทั้งท่อน ไม่ใช่แค่การคลิก ความเข้าใจแบบนี้ติดตัวช่างไป และมักปรากฏในงานออกแบบตัวอักษรของเขาแม้จะย้ายไปทำงานดิจิทัลแล้วก็ตาม

ตัวอักษรบนป้ายเมืองที่ทำด้วยมือ เห็นความตั้งใจในทุกเส้น

ครั้งหน้าที่เดินผ่านป้ายร้านสักป้าย ลองมองว่าตัวอักษรมันวาดด้วยมือหรือพิมพ์มา ป้ายที่มีลายมือมักบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคนทำและร้านนั้น มากกว่าที่คำบนป้ายบอก และบางที นั่นคือเหตุผลที่เรายังหยุดมองมันอยู่ ทั้งที่มันเป็นแค่ป้ายบอกชื่อร้านธรรมดา

Photo credit: Bret Lama, Meritt Thomas, Kelsey Todd, Ralph Katieb, Priscilla Du Preez, Zachary Keimig / Unsplash


ของทำมือชิ้นเล็กจากร้าน Portjolio

Daydream Ring Cherry แหวนทำมือรูปเชอร์รี

Daydream Ring Cherry แหวนทำมือที่แต่ละวงไม่เหมือนกันเป๊ะ ความต่างเล็กๆ คือเสน่ห์ของมัน เข้ากับเรื่องของลายมือคนบนป้ายวาดมือในวันนี้

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด