ในห้องที่ปิดไฟใหญ่แล้วเหลือเพียงโคมดวงเดียว สิ่งที่คนมักมองข้ามไม่ใช่แสง แต่คือเงาที่มันทอดออกไป เงาบนผนัง เงาใต้โต๊ะ เงาที่ค่อยๆ จางลงตรงมุมห้อง แสงหนึ่งดวงสร้างความมืดได้หลายเฉด

DI CLASSE เป็นแบรนด์ไฟจากโตเกียวที่ทำงานกับความคิดนี้มานาน แทนที่จะไล่ตามความสว่างที่มากที่สุด พวกเขาเลือกแสงโทนอุ่นแบบแสงยามเย็น และให้ความสำคัญกับเงาพอๆ กับตัวแสงเอง ในงานแสดงภายในบ้านของแบรนด์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แนวคิดนี้ถูกวางไว้กลางห้องอย่างชัดเจน

บรรยากาศห้องที่จัดแสงด้วยโคมไฟจาก DI CLASSE เน้นแสงอุ่นและเงา

โคมที่เป็นศูนย์กลางชื่อ Yunel rope รูปทรงของมันมาจากชิเมนาวะ เชือกศักดิ์สิทธิ์ที่คนญี่ปุ่นใช้กั้นเขตในศาลเจ้า เชือกที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ธรรมดากับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ถูกนำมาขดเป็นโคมที่หรี่แสงได้ ปรับความสว่างให้เข้ากับจังหวะของแต่ละช่วงเวลา

โคมไฟจาก DI CLASSE ให้แสงอุ่นตัดกับเงาในห้อง

อีกชิ้นที่น่าหยุดดูคือคอลเลกชันชื่อ KATAGAMI auro งานนี้เกิดจากการร่วมมือกับช่างทำแม่พิมพ์ย้อมผ้าแบบดั้งเดิม ลวดลายฉลุจากยุคไทโชถูกอ่านใหม่ด้วยเลเซอร์ตัดสมัยนี้ เมื่อแสงลอดผ่านลายฉลุ มันไม่ได้ส่องออกมาเฉยๆ แต่ทอดลวดลายลงบนผนังและพื้นรอบตัว

โคมไฟดีไซน์จาก DI CLASSE ที่เล่นกับเงาที่ทอดลงบนผนัง

จุดที่ DI CLASSE ต่างจากแบรนด์ไฟทั่วไป คือมันไม่ได้ออกแบบแค่ตัวโคม แต่ออกแบบสิ่งที่โคมทำกับห้องทั้งห้อง เงาที่ทอดออกมากลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน พอๆ กับตัวหลอดไฟ แสงจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือให้มองเห็น แต่เป็นวิธีจัดบรรยากาศของพื้นที่

โคมไฟจาก DI CLASSE ที่ให้แสงนวลในบรรยากาศเงียบ

ยังมีอีกมุมที่เล่นสนุกกว่านั้น การร่วมงานกับ Lisa Larson นักปั้นเซรามิกชาวสวีเดน ทำให้ตุ๊กตาสัตว์เซรามิกกลายเป็นแหล่งกำเนิดแสงอ้อม กลางวันมันคือประติมากรรมตัวเล็กบนชั้น กลางคืนมันคือไฟสลัวที่ให้ความอบอุ่น วัตถุชิ้นเดียวทำสองหน้าที่โดยไม่ต้องเปลี่ยนรูป

รายละเอียดโคมไฟจาก DI CLASSE กับลวดลายที่ทอดเงา

ความคิดที่ว่าเงามีค่าไม่แพ้แสง ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น นักเขียนอย่างทานิซากิเคยเขียนถึงความงามที่ซ่อนอยู่ในความสลัว ในบ้านไม้เก่าที่แสงไม่เคยสว่างจ้า DI CLASSE ดูจะสานต่อสายตาแบบนั้น เพียงแต่แปลมันเป็นวัตถุที่วางได้ในห้องยุคนี้ คล้ายกับข้าวของญี่ปุ่นชิ้นเล็กอื่นๆ ที่ให้ค่ากับรายละเอียดเงียบๆ เช่น TINYVASE ของ TENT

โคมไฟจาก DI CLASSE จัดวางในมุมห้องกับแสงอุ่น

เมื่อมองรวมๆ งานของแบรนด์นี้ไม่ได้พยายามทำให้ห้องสว่างขึ้น มันพยายามทำให้ห้องมีจังหวะ มีที่สว่างและที่มืด มีตรงที่ให้สายตาพัก การเลือกว่าจะให้แสงตรงไหนและปล่อยให้เงาอยู่ตรงไหน กลายเป็นการออกแบบพื้นที่อย่างหนึ่ง

บางที คำถามที่โคมพวกนี้ทิ้งไว้ ไม่ใช่ว่าห้องควรสว่างแค่ไหน แต่คือเราคุ้นกับการไล่เงาออกไปจนลืมไปหรือเปล่า ว่าบางครั้งความมืดที่พอดี ก็ทำให้แสงมีความหมายขึ้น

อ้างอิงข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก DI CLASSE via PR TIMES

Photo credit: DI CLASSE via PR TIMES


ของในร้านที่เข้ากับเรื่องนี้

The Seeker อาร์ตทอยรูปทรงเรียบสงบจาก Portjolio x Thireq Pecko

The Seeker อาร์ตทอยรูปทรงกลมนิ่งที่ตั้งใจให้เป็นตัวแทนของคนที่กำลังตามหาแสง วางไว้ในมุมที่มีไฟอุ่นสลัว มันจะยิ่งเข้ากับจังหวะของแสงและเงาที่เล่าไว้ข้างบน

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด