บนพื้นผิวของโต๊ะตัวหนึ่งมีลวดลายที่ดูเหมือนไม้อัดมาร์เกตรีชั้นดี สีม่วงเข้ม แดงอิฐ ครีม และดำ ไล่เฉดต่อกันเป็นแพตเทิร์นเรขาคณิต แต่พอมองใกล้ๆ จะพบว่ามันไม่ใช่ไม้ วัสดุทั้งหมดนั้นคือเปลือกข้าวโพด สีที่เห็นไม่ได้มาจากการย้อม แต่เป็นสีจริงของข้าวโพดพื้นเมืองเม็กซิโกที่เกือบสูญพันธุ์ไปแล้ว

รายละเอียดพื้นผิวโต๊ะจากเปลือกข้าวโพด Totomoxtle ของ Fernando Laposse

คนที่อยู่เบื้องหลังวัสดุนี้คือ Fernando Laposse นักออกแบบชาวเม็กซิกันที่เรียนจบด้านออกแบบผลิตภัณฑ์จาก Central Saint Martins ในลอนดอน งานของเขาเริ่มจากวัสดุเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะเส้นใยธรรมชาติที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเศษเหลือ อย่างเปลือกข้าวโพด ป่านศรนารายณ์ และบวบ เขาหยิบสิ่งเหล่านี้มาทำให้กลายเป็นวัสดุใหม่ที่มีมูลค่า

วัสดุที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมีชื่อว่า Totomoxtle กระบวนการไม่ซับซ้อนแต่ต้องใช้มือคน เปลือกข้าวโพดถูกลอกออกจากฝัก รีดให้เรียบ แล้วติดลงบนแผ่นรองที่ทำจากเยื่อกระดาษหรือผ้า จากนั้นจึงตัดเป็นชิ้นเล็กด้วยมือหรือเลเซอร์ แล้วประกอบกลับขึ้นมาเป็นลวดลายสำหรับปิดผิวเฟอร์นิเจอร์หรือผนัง สีที่หลากหลายทั้งหมดมาจากสายพันธุ์ข้าวโพดที่ต่างกัน

งานติดตั้งของ Fernando Laposse ที่ Design Miami 2019 ใช้เส้นใยธรรมชาติ

แต่สิ่งที่ทำให้งานของ Laposse ต่างจากงานออกแบบสวยๆ ทั่วไป คือมันไม่ได้จบที่วัตถุ เบื้องหลังวัสดุนี้คือความพยายามฟื้นข้าวโพดพันธุ์พื้นเมืองที่กำลังหายไป การทำเกษตรเชิงอุตสาหกรรมและข้าวโพดสายพันธุ์เดียวเข้ามาแทนที่ความหลากหลายที่เคยมี จนพันธุ์ท้องถิ่นหลายชนิดเกือบสูญหาย พร้อมกับความรู้และวิถีของชุมชนที่ผูกอยู่กับมัน

เก้าอี้เท้าแขนขนปุยสีชมพูจากเส้นใยอากาเวของ Fernando Laposse

ตั้งแต่ปี 2016 Laposse ทำงานร่วมกับครอบครัวเกษตรกรในหมู่บ้าน Tonahuixtla รัฐปวยบลา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเม็กซิโก ร่วมกับธนาคารเมล็ดพันธุ์ CIMMYT ที่ให้เมล็ดจากคลังและความรู้ในการนำกลับมาปลูก หลังจากลงมือกันหลายปี ข้าวโพดพื้นเมืองก็กลับมางอกในพื้นที่อีกครั้ง โดยมีหลายสายพันธุ์ที่ฟื้นคืนได้สำเร็จ

งานแปรรูปเปลือกข้าวโพดยังกลายเป็นอาชีพใหม่ในหมู่บ้าน โดยเฉพาะสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนที่ได้ทำงานที่เบากว่าการลงแปลงนา มีเวลาดูแลลูก และมีรายได้ วัตถุที่ดูเหมือนของตกแต่งราคาแพงในแกลเลอรีจึงมีสายใยยาวกลับไปถึงผืนดินและคนตัวเล็กที่มองไม่เห็นในภาพสุดท้าย

งานติดตั้ง Sisal Sanctum ของ Fernando Laposse ใช้เส้นใยป่านศรนารายณ์

วิธีคิดแบบเดียวกันนี้ปรากฏในงานชุดอื่นของเขาด้วย เส้นใยป่านศรนารายณ์จากต้นอากาเวถูกนำมาทำเป็นเก้าอี้ขนยาวและงานติดตั้งขนาดใหญ่อย่าง Sisal Sanctum เส้นใยบวบกลายเป็นเดย์เบดที่มีผิวสัมผัสเฉพาะตัว แม้แต่เมล็ดอะโวคาโดก็ถูกทดลองทำเป็นวัสดุคล้ายหนัง ทุกชิ้นเดินตามหลักการเดิม คือหยิบสิ่งที่คนมองว่าไร้ค่ามาทำให้มีเรื่องเล่าและมูลค่า

เดย์เบดจากเส้นใยบวบของ Fernando Laposse

สิ่งที่น่าสนใจในวิธีทำงานของ Laposse คือเขาใช้ความสวยเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย เรื่องของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพหรือความเหลื่อมล้ำในชนบทเป็นเรื่องที่ฟังแล้วหนักและไกลตัว แต่พอมันถูกเล่าผ่านวัตถุที่คนอยากจับต้องและอยากได้เป็นเจ้าของ เรื่องเหล่านั้นก็เข้าใกล้ผู้คนได้มากขึ้น ความงามกลายเป็นประตูที่พาคนเข้าไปสนใจสิ่งที่อยู่ข้างหลัง

ตู้ที่ใช้หนังจากเมล็ดอะโวคาโดและขาทองเหลืองของ Fernando Laposse

งานของเขาทำให้นึกถึงคุณค่าของการทำด้วยมือและความช้าที่เราเคยเล่าไว้ในเรื่อง Tactile Rebellion เพียงแต่ Laposse ผลักมันไปอีกขั้น จากการทำมือเพื่อความรู้สึก ไปสู่การทำมือที่ผูกกับปากท้องและอนาคตของคนทั้งชุมชน

งานติดตั้งของ Fernando Laposse ที่ NGV Triennial

เมื่อวัตถุชิ้นหนึ่งสามารถเก็บทั้งสีของเมล็ดพันธุ์ ความรู้ของชุมชน และรายได้ของครอบครัวไว้ในตัวมันได้ คำถามที่ตามมาคือเรากำลังมองข้ามเรื่องราวแบบนี้ไปกี่เรื่อง ในของธรรมดาที่ผ่านตาเราทุกวันโดยไม่เคยหยุดถามว่ามันมาจากไหน

ติดตามผลงานของ Fernando Laposse เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ fernandolaposse.com และอินสตาแกรม @fernandolaposse

Photo credit: Fernando Laposse


ชวนดูของในร้าน Portjolio

โปสการ์ด sunflower ลายดอกทานตะวันจาก Naive Flora Tattoo

Postcard “sunflower” by Naive Flora Tattoo ก็เริ่มจากสิ่งที่เติบโตในธรรมชาติเช่นกัน เป็นภาพดอกไม้ที่วาดด้วยมือบนกระดาษเนื้อด้าน ของเล็กๆ ที่ชวนให้มองพืชพรรณรอบตัวช้าลงอีกนิด

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด