บนพื้นฝุ่นของดวงจันทร์มีแผ่นโลหะเล็กๆ ติดอยู่กับขาของยานลงจอด ข้อความบนนั้นบอกว่า มนุษย์จากดาวเคราะห์โลกได้มาเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ตัวอักษรที่สลักเรื่องนี้ไว้ให้อยู่ค้ำฟ้าไม่ได้ถูกเลือกมาอย่างบังเอิญ มันคือ Futura ฟอนต์ที่ถูกออกแบบขึ้นบนโต๊ะเขียนแบบในเยอรมนีเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนหน้านั้น

Futura ออกแบบโดย Paul Renner ในปี 1927 เขาเริ่มร่างมันตั้งแต่ปี 1924 โดยตั้งใจสร้างตัวอักษรที่พูดถึงยุคสมัยของตัวเอง เป็นตัวอักษรที่เดินออกจากรูปทรงแบบมนุษยนิยมและลวดลายประดับของยุคก่อน แล้วหันไปหาสิ่งที่เรียบและตรงกว่านั้น เขาเลือกวิธีคิดแบบเรขาคณิต วงกลม สามเหลี่ยม และเส้นตรง มาเป็นโครงของทุกตัวอักษร
ถ้ามองตัว o ของ Futura จะเห็นว่ามันเกือบเป็นวงกลมสมบูรณ์ ตัว a และ t ถูกลดทอนจนเหลือแต่โครงสร้างที่จำเป็น น้ำหนักเส้นเกือบเท่ากันตลอด และตัวพิมพ์เล็กสูงชะลูดจนบางตัวสูงเลยตัวพิมพ์ใหญ่ไปด้วยซ้ำ ทั้งหมดนี้ทำให้ Futura ดูเหมือนความมีประสิทธิภาพที่ถูกทำให้เป็นรูปร่าง

Renner ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดของ Bauhaus แม้ Futura จะไม่ได้ถูกออกแบบร่วมกับโรงเรียนแห่งนั้นโดยตรง สิ่งที่เขารับมาคือความเชื่อว่าหน้าที่สำคัญกว่าการตกแต่ง ตัวอักษรไม่จำเป็นต้องมีเชิงหรือลวดลายเพื่อจะทำงานของมัน มันเพียงต้องชัดเจนและซื่อตรงต่อรูปทรงพื้นฐานที่ประกอบมันขึ้นมา
ในเวลานั้นชื่อ Futura ซึ่งแปลว่าอนาคต ฟังดูเหมาะเจาะ เพราะมันให้ความรู้สึกของบางสิ่งที่กำลังมองไปข้างหน้า ไม่ผูกกับอดีต ความรู้สึกนี้เองที่ทำให้หลายสิบปีต่อมา เมื่อมนุษย์ต้องเลือกตัวอักษรมาบันทึกเหตุการณ์ที่ล้ำหน้าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ Futura จึงเป็นคำตอบที่ดูสมเหตุสมผล ตัวอักษรที่มีชื่อว่าอนาคต และมีหน้าตาสะอาดพอจะสื่อสารข้อความที่ตั้งใจให้คงอยู่ตลอดไป

Futura ไม่ได้ปรากฏแค่บนแผ่นป้ายเท่านั้น มันเคยถูกใช้บนตัวจรวดของ NASA และในเอกสารของภารกิจอวกาศหลายครั้ง ตัวอักษรที่เกิดจากความคิดเรื่องความก้าวหน้าในเยอรมนีช่วงต้นศตวรรษ กลายเป็นเสียงของยุคอวกาศอเมริกันได้อย่างแนบเนียน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับตัวอักษรที่ออกแบบมาดี มันหลุดออกจากบริบทที่มันเกิด แล้วไปรับใช้ความหมายใหม่ในที่ที่ผู้ออกแบบไม่เคยคาดคิด

จนถึงวันนี้ Futura ยังทำงานอยู่ในที่ที่เราเดินผ่านทุกวัน แบรนด์อย่าง Louis Vuitton, Nike, FedEx และอีกหลายเจ้าเลือกใช้มันในระบบตัวอักษรของตัวเอง เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ว่ามันเป็นของเก่าที่คลาสสิก แต่อยู่ที่ว่ามันแทบไม่เคยดูเก่าเลย รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานไม่มีวันหมดสมัย เพราะวงกลมและสามเหลี่ยมไม่ได้ผูกกับแฟชั่นของทศวรรษใดทศวรรษหนึ่ง
เรื่องของ Futura ทำให้นึกถึงตัวอักษรอีกตัวที่เกิดจากความคิดเรื่องความชัดเจนเช่นกัน อย่าง Johnston ฟอนต์ของรถไฟใต้ดินลอนดอน ที่อยู่บนป้ายมานานกว่าร้อยปี ทั้งสองตัวพิสูจน์อย่างเงียบๆ ว่าเมื่อออกแบบตัวอักษรจากหลักการ ไม่ใช่จากรสนิยมชั่วคราว มันจะอยู่ได้นานกว่าที่ผู้ออกแบบจะจินตนาการ

รอยรองเท้าบนดวงจันทร์กับตัวอักษรบนแผ่นป้ายมีบางอย่างเหมือนกัน ทั้งคู่ถูกทำขึ้นเพื่อให้อยู่ต่อไปนานหลังจากคนที่สร้างมันจากไปแล้ว Paul Renner คงไม่เคยคิดว่าเส้นวงกลมที่เขาลากบนกระดาษจะเดินทางไปไกลถึงเพียงนั้น แต่บางทีนั่นอาจเป็นชะตากรรมของงานออกแบบที่ตั้งอยู่บนสิ่งพื้นฐานจริงๆ มันเดินทางได้ไกลกว่าเจตนาแรกเสมอ
ครั้งต่อไปที่เห็นตัวอักษรเรียบๆ บนกล่องสินค้าหรือป้ายบอกทาง ลองมองมันอีกครั้งว่ารูปทรงที่ดูธรรมดาที่สุดนั้น อาจเคยเดินทางไปไกลกว่าที่เราคิด และยังคงทำงานของมันอยู่เงียบๆ ในที่ที่เรามองข้าม
ชวนดูของในร้าน Portjolio

Daydream Ring pink star แหวนรูปดาวทำมือที่ลดทอนเหลือเพียงรูปทรงเรียบง่าย เหมือนกับที่ Futura ลดตัวอักษรเหลือเพียงวงกลมและเส้นตรง ของเล็กๆ ที่พาความคิดลอยไปถึงท้องฟ้า
Photo credit: NASA (public domain)
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด