เปียโนตัวหนึ่งสูงเพียงยี่สิบเซนติเมตร วางบนโต๊ะได้ ฝากล่องเปิดออกมาเป็นคีย์สามสิบสองตัว กดแล้วมีเสียงจริงจากท่ออะลูมิเนียมข้างใน ไม่ใช่ของเล่นพลาสติกที่ส่งเสียงจากลำโพง แต่เป็นเครื่องดนตรีย่อส่วนที่ทำโดยโรงงานเปียโนจริง วางข้างกันคือผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่ทอด้วยลายดอกไม้แน่นทั้งผืน

เปียโนแกรนด์จำลอง KAWAI meets FEILER พร้อมลาย Heidi ของ FEILER

นี่คือคอลแลบครั้งแรกระหว่าง KAWAI ผู้ผลิตเปียโนจากญี่ปุ่น กับ FEILER แบรนด์ผ้าทอชนีล (chenille) จากเยอรมนี สองแบรนด์ที่อยู่คนละอุตสาหกรรม แต่มาเจอกันตรงประโยคสั้นๆ ของแต่ละฝ่าย FEILER พูดถึงหัวใจที่เต้นรำได้เสมอ ส่วน KAWAI พูดถึงการทำให้ชีวิตมีเสียงกังวาน เมื่อวางสองความคิดนี้ข้างกัน มันไม่ได้ขัดกันเลย

สิ่งที่ทำให้คอลแลบนี้ต่างจากการเอาโลโก้สองอันมาแปะบนของชิ้นเดียว คือทั้งคู่ต่างมีงานฝีมือที่ต้องใช้เวลาเป็นของตัวเอง ผ้าของ FEILER ทอด้วยเทคนิคชนีลที่ให้ผิวสัมผัสหนานุ่มเหมือนกำมะหยี่ ลายไม่ได้พิมพ์ทับแต่ทอขึ้นมาเป็นเนื้อเดียวกับผ้า ส่วนเปียโนของ KAWAI แม้จะย่อส่วน ก็ยังยืนอยู่บนความรู้เรื่องเสียงที่สะสมมาหลายสิบปี

ผ้าเช็ดหน้าลาย Heidi จากคอลแลบ KAWAI meets FEILER

ตัวเชื่อมของทั้งสองแบรนด์คือลาย Heidi ลายยอดนิยมของ FEILER ที่เล่าเรื่องสัตว์ตัวเล็กในทุ่งหญ้า มันเป็นภาพที่อบอุ่นและเล่าเรื่องได้ในตัวเอง พอมาอยู่บนเปียโนจำลอง เรื่องของทุ่งหญ้ากับเรื่องของเสียงดนตรีก็ทับซ้อนกัน กลายเป็นวัตถุที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาสบายๆ มากกว่าการเป็นสินค้าสะสมที่ต้องเก็บในกล่อง

รายละเอียดเปียโนจำลอง KAWAI meets FEILER งานไม้และคีย์จำลอง

เรื่องสีก็ถูกคิดมาอย่างตั้งใจ ผ้าเช็ดหน้ามีสองโทนที่แยกช่องทางกันขาย โทนชมพูอ่อนตัดครีมเป็นเวอร์ชันของ FEILER ส่วนโทนขาวตัดแดงเป็นเวอร์ชันของ KAWAI สีแดงบนพื้นขาวนั้นให้ความรู้สึกของคีย์บอร์ดและจังหวะ ขณะที่ชมพูอ่อนให้ความนุ่มแบบผ้า การแบ่งสีตามคาแรกเตอร์ของแต่ละแบรนด์แบบนี้ทำให้ของชิ้นเดียวมีสองบุคลิกซ้อนอยู่

ผ้าเช็ดหน้าลาย Heidi สองโทนสีจากคอลแลบ KAWAI meets FEILER

สิ่งที่น่าสังเกตคือขนาดของของทั้งสองชิ้น ทั้งเปียโนย่อส่วนและผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กล้วนเป็นวัตถุที่เล็กพอจะถือไว้ในมือ การเลือกทำของเล็กแทนที่จะเป็นเปียโนจริงหรือผืนผ้าใหญ่ ทำให้คอลแลบนี้พูดกับความรู้สึกส่วนตัวมากกว่าการประกาศตัวใหญ่โต มันคือของที่วางบนโต๊ะทำงานแล้วมองเห็นทุกวัน คล้ายกับที่เราเคยเล่าถึงคุณค่าของงานที่ทำด้วยมือในเรื่อง Tactile Rebellion

เซ็ตเปียโนจำลองและผ้าเช็ดหน้าลาย Heidi จาก KAWAI meets FEILER

แม้แต่แพ็กเกจจิ้งก็ถูกออกแบบเฉพาะสำหรับคอลแลบนี้ ไม่ใช่กล่องมาตรฐานของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่เป็นกล่องที่รวมภาษาของทั้งสองฝ่ายไว้ด้วยกัน รายละเอียดเล็กๆ แบบนี้คือสิ่งที่แยกคอลแลบที่คิดจริงออกจากคอลแลบที่ทำเพราะกระแส เพราะมันแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่ยอมลงแรงกับสิ่งที่ผู้ซื้อจะเห็นเพียงครั้งเดียวตอนแกะกล่อง

แพ็กเกจจิ้งพิเศษของคอลแลบ KAWAI meets FEILER

คอลแลบระหว่างแบรนด์มักถูกมองว่าเป็นเกมการตลาด แต่บางครั้งมันก็เป็นบทสนทนาระหว่างงานฝีมือสองสายที่ไม่เคยคิดว่าจะได้คุยกัน โรงงานที่ทำเรื่องเสียงมาเจอกับโรงทอที่ทำเรื่องผิวสัมผัส แล้วค้นพบว่าทั้งคู่กำลังพยายามทำสิ่งเดียวกัน คือทำให้ของธรรมดาในชีวิตประจำวันมีอารมณ์ติดอยู่กับมัน

เมื่อของสองชิ้นที่ดูไม่เกี่ยวกันเลยมาวางคู่กันแล้วเข้ากันได้ คำถามที่ตามมาคือเราตัดสินว่าอะไรเข้ากับอะไรจากประเภทของมัน หรือจากความรู้สึกที่มันให้กันแน่


ของชิ้นเล็กจากร้าน Portjolio

โปสการ์ด Tulipa ลายดอกไม้จาก Naive Flora Tattoo

Postcard “Tulipa” by Naive Flora Tattoo ก็เกิดจากการจับมือกันระหว่าง Portjolio กับศิลปิน เป็นของชิ้นเล็กที่มีลายดอกไม้และเรื่องเล่าอยู่ในตัว คล้ายกับผ้าเช็ดหน้าลาย Heidi ที่ทำให้ของธรรมดามีบุคลิก

Photo credit: KAWAI × FEILER via PR TIMES

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด