บนชานชาลาสถานีหนึ่งในลอนดอน มีป้ายสีน้ำเงินเข้มแขวนอยู่เหนือศีรษะ ตัวอักษรสีขาวบอกชื่อสถานีและทิศทางออก คนเดินผ่านวันละหลายแสน น้อยคนจะหยุดสังเกตว่าจุดเล็กเหนือตัว i ไม่ใช่วงกลม แต่เป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด นั่นคือลายเซ็นของฟอนต์ Johnston
รายละเอียดเล็กนั้นมีอายุกว่าร้อยปี มันคือร่องรอยของคนคนหนึ่งที่ตั้งใจวางมันไว้ตรงนั้น และยังอยู่จนถึงวันนี้

เรื่องเริ่มในปี 1913 เมื่อ Frank Pick ผู้บริหารของบริษัทเดินรถใต้ดินลอนดอนในเวลานั้น มองว่าระบบขนส่งของเมืองดูกระจัดกระจาย ป้ายแต่ละสายเขียนด้วยตัวอักษรคนละแบบ เขาอยากได้ตัวอักษรชุดเดียวที่จะร้อยทุกอย่างเข้าด้วยกัน จึงไปหา Edward Johnston ช่างเขียนอักษรผู้สอนวิชา calligraphy อยู่ในลอนดอน
โจทย์ของ Pick เรียบง่ายจนยาก เขาขอตัวอักษรที่มีความเรียบง่ายอย่างหนักแน่น มีรากจากธรรมเนียมการเขียนอักษรเก่า แต่ต้องเป็นของศตวรรษที่ 20 อย่างเต็มตัว ไม่ใช่การลอกแบบโรมันโบราณมาวางเฉยๆ
Johnston ส่งงานในปี 1916 สิ่งที่เขาทำคือตัวอักษรไร้เชิง หรือ sans-serif ที่วางอยู่บนรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน ตัว O เป็นวงกลมเกือบสมบูรณ์ สัดส่วนของตัวอักษรอ้างอิงจากการเขียนด้วยปากกาปลายแบน ไม่ใช่จากเครื่องจักร นี่คือเหตุผลที่มันดูนิ่งและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

จุดที่คนชอบเล่าถึงคือพวก tittle หรือจุดเหนือตัว i และ j ที่ Johnston ทำเป็นรูปข้าวหลามตัดแทนวงกลม มันเป็นร่องรอยของปลายปากกาที่กดลงแล้วยกขึ้น เป็นรายละเอียดที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่กลายเป็นลายเซ็นที่ทำให้คนแยก Johnston ออกจากฟอนต์ sans ตัวอื่นได้ทันที
สิ่งที่ชวนคิดคือ Johnston เกิดก่อน Futura และ Gill Sans หลายปี Eric Gill ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของ Johnston ก็หยิบแนวทางนี้ไปต่อยอดเป็น Gill Sans ในภายหลัง ขณะที่ Helvetica ที่เกิดในปี 1957 เลือกความเป็นกลางไร้อารมณ์ Johnston กลับเก็บความเป็นมือคนเอาไว้ในเส้นสาย
อีกชิ้นที่อยู่คู่กับตัวอักษรนี้คือสัญลักษณ์วงกลมคาดแถบ หรือ roundel ที่เราคุ้นตา Pick กับ Johnston ช่วยกันจัดวางตัวอักษรบนแถบสีแดงให้สมดุล จนมันกลายเป็นภาพแทนของลอนดอนเอง ไม่ใช่แค่ของระบบรถไฟ

ตัวอักษรชุดนี้ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ ในปี 1979 Eiichi Kono นักออกแบบชาวญี่ปุ่นที่สตูดิโอ Banks & Miles ได้รื้อและวาดตัวอักษรเกือบพันตัวขึ้นใหม่ เพื่อให้รองรับงานพิมพ์ยุคใหม่ เกิดเป็นชุดที่เรียกว่า New Johnston และเข้าไปอยู่ในสถานีตั้งแต่ปี 1983
ในปี 2016 ซึ่งครบรอบร้อยปี Monotype ได้ปรับอีกครั้งเป็น Johnston100 โดย Nadine Chahine และ Malou Verlomme พวกเขากลับไปดูแบบร่างเก่าในคลัง เพื่อดึงรายละเอียดที่หายไปตามกาลเวลากลับมา เช่น ส่วนโค้งเฉียงของตัว g และเพิ่มน้ำหนักเส้นบางพิเศษสำหรับจอ รวมถึงสัญลักษณ์ที่ยุคของ Edward Johnston ยังไม่มีอย่าง @ และ #
ร้อยปีผ่านไป ผู้คนหลายชั่วอายุเดินผ่านป้ายเดิม อ่านตัวอักษรเดิม โดยไม่เคยรู้ชื่อคนที่วาดมัน บางที นั่นอาจเป็นสิ่งที่ตัวอักษรที่ดีควรเป็น คือการอยู่ตรงนั้นเงียบๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมือง มากกว่าจะเรียกร้องให้ใครจดจำ
Photo credit: Bruno Martins, Will H McMahan, Humphrey Muleba / Unsplash
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด