ผนังคอนกรีตบางด้านยังเก็บรอยไม้แบบหล่อเอาไว้ เส้นตรงเรียงกันเป็นระยะ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นลวดลาย แต่มันค้างอยู่ตรงนั้น เพราะคอนกรีตจำรูปของไม้ที่เคยโอบมันไว้ตอนยังเหลว ร่องรอยเล็กๆ แบบนี้คือสิ่งที่คนเดินผ่านมักไม่ทันมอง

อาคารคอนกรีตเปลือยสไตล์บรูทัลลิสต์ เห็นเส้นและช่องหน้าต่างซ้ำเป็นจังหวะ

ช่วงหลังมานี้ ภาพอาคารคอนกรีตหนักทึบกลับมาปรากฏถี่ขึ้น ทั้งในฟีดภาพถ่าย ในฉากหนัง และในงานออกแบบกราฟิกที่หยิบเอาความดิบของพื้นผิวมาใช้ สถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตราว่าเย็นชาและไร้หัวใจ กำลังถูกมองด้วยสายตาอีกแบบ

คำว่า brutalism ไม่ได้แปลว่าโหดร้ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ มันมาจากคำฝรั่งเศส béton brut ที่หมายถึงคอนกรีตเปลือย คอนกรีตที่ไม่ถูกฉาบ ไม่ถูกทาสี ปล่อยให้เห็นเนื้อแท้ของวัสดุ แนวคิดนี้เติบโตในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตอนที่ยุโรปต้องสร้างเมืองขึ้นใหม่ด้วยงบจำกัด และต้องการความซื่อตรงมากกว่าความหรูหรา

ผนังคอนกรีตหนักทึบกับแสงเงาที่ตกกระทบเป็นพื้นผิวหยาบ

สิ่งที่ทำให้อาคารพวกนี้ดูแตกต่าง คือมันไม่พยายามปิดบังว่าตัวเองสร้างมาอย่างไร โครงสร้างที่รับน้ำหนักถูกโชว์ออกมาตรงๆ ท่อ คาน และบันได ไม่ถูกซ่อนไว้หลังผนังเรียบ ทุกอย่างที่เห็นคือสิ่งที่มันเป็นจริง ไม่มีการแต่งหน้าทาปาก

ความตรงไปตรงมานี้เองที่ทำให้คนยุคหนึ่งเกลียดมัน อาคารราชการ มหาวิทยาลัย และแฟลตที่อยู่อาศัยจำนวนมากถูกสร้างด้วยภาษานี้ แล้วเมื่อคอนกรีตเริ่มดำคล้ำตามกาลเวลา มันก็ถูกอ่านว่าหดหู่ หลายหลังถูกทุบทิ้งไปก่อนที่ใครจะทันมองเห็นคุณค่าของมัน

มุมเงยอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ตัดกับท้องฟ้า

แล้วทำไมตอนนี้สายตาถึงเปลี่ยน คำตอบหนึ่งอาจอยู่ที่ความอิ่มตัวของสิ่งตรงข้าม เราอยู่ท่ามกลางพื้นผิวที่เรียบเนียนจนเกินจริง ภาพที่ถูกรีทัชจนไม่เหลือร่องรอยมือคน และวัสดุสังเคราะห์ที่เลียนแบบของจริงได้แนบเนียน คอนกรีตเปลือยจึงให้สิ่งที่หายาก นั่นคือความหยาบที่จับต้องได้ และพื้นผิวที่ยอมรับว่าตัวเองมีอายุ

ในแง่ของภาพถ่าย อาคารบรูทัลลิสต์เป็นวัตถุที่กล้องชอบ เพราะมันเล่นกับแสงเงาได้ดีมาก ผนังเรียบใหญ่กลายเป็นจอรับเงาที่เคลื่อนไปตามเวลาของวัน เหลี่ยมมุมที่ตัดกันชัดสร้างจังหวะที่อ่านง่ายในเฟรมเดียว นี่คือเหตุผลที่งานออกแบบร่วมสมัยหยิบฟอร์มเหล่านี้มาใช้ซ้ำ ทั้งในโปสเตอร์ ปกอัลบั้ม และไทป์เฟซที่อยากได้น้ำหนักแบบเดียวกัน

โครงสร้างคอนกรีตเรขาคณิตซ้อนชั้นภายในอาคารบรูทัลลิสต์

มีอีกด้านที่มักถูกลืม คอนกรีตเปลือยในมือสถาปนิกที่ใส่ใจ ไม่ได้แปลว่าเย็นชาเสมอไป งานของคนอย่าง Peter Zumthor แสดงให้เห็นว่าวัสดุดิบสามารถให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบได้ ถ้าแสง สัดส่วน และการสัมผัสถูกคิดมาอย่างละเอียด ความนิ่งของมันคือผลของการออกแบบ ไม่ใช่ความบังเอิญ ใครสนใจมุมนี้ลองอ่านต่อได้ที่บทความเรื่อง คอนกรีตเล่าเรื่องกับ Peter Zumthor และ LACMA

รายละเอียดพื้นผิวคอนกรีตที่ยังเห็นรอยไม้แบบหล่อ

ความกลับมาของบรูทัลลิสต์จึงไม่ใช่แค่เรื่องรสนิยมที่หมุนเวียน มันสะท้อนว่าเรากำลังมองหาอะไรบางอย่างที่ตรงไปตรงมาในงานออกแบบ อาคารที่ไม่โกหกเรื่องวัสดุ พื้นผิวที่ไม่กลัวจะแก่ และฟอร์มที่ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องประดับ

อาคารคอนกรีตทรงเหลี่ยมยื่นออกมาเป็นชั้นซ้อนกัน

คราวหน้าถ้าเดินผ่านอาคารคอนกรีตเก่าที่เคยมองข้าม ลองหยุดดูรอยไม้แบบหล่อบนผนังสักครู่ มันอาจไม่ได้บอกอะไรทั้งหมด แต่ก็พอจะเตือนว่าครั้งหนึ่งวัสดุนี้เคยอยู่ในมือใครบางคน ก่อนจะแข็งตัวเป็นรูปที่เราเห็น


ชวนดูของในร้าน Portjolio

Genesis of Formation risograph zine โดย double-T

Genesis of Formation ซีนริโซกราฟที่เล่าเรื่องการก่อเกิดของรูปทรงจากความว่าง คล้ายกับที่คอนกรีตเหลวค่อยๆ แข็งตัวเป็นฟอร์ม ความดิบและจังหวะของมันเข้ากันกับเรื่องนี้พอดี

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด

Photo credit: Joakim Nådell, Christophe Laurenceau, Simone Hutsch, Carl Nenzen Loven, Tobias Keller / Unsplash