วางใบไม้ลงบนกระดาษที่ทาน้ำยาไว้ แล้วยกไปตากแดด สักพักขอบกระดาษเริ่มเปลี่ยนสี จากเหลืองอมเขียวไปเป็นน้ำเงินเข้ม ส่วนที่ใบบังแดดไว้ยังคงขาว พอเอาไปล้างน้ำ ภาพก็ปรากฏขึ้น เป็นเงาของใบไม้สีขาวลอยอยู่บนพื้นน้ำเงินลึก ไม่มีกล้อง ไม่มีฟิล์ม มีแค่แดด น้ำ และเวลา

งานไซยาโนไทป์ลายใบไม้ทรงกลมสีขาวบนพื้นสีน้ำเงินเข้ม

ไซยาโนไทป์ (cyanotype) คือกระบวนการพิมพ์ภาพเก่าแก่ที่ให้สีน้ำเงินเฉพาะตัวนี้ มันถูกคิดค้นในปี 1842 โดยนักดาราศาสตร์ชื่อ John Herschel ตอนแรกมันเป็นเรื่องของงานเทคนิค ใช้ทำสำเนาแบบแปลนสถาปัตยกรรม จนคำว่า blueprint หรือพิมพ์เขียว ก็มาจากสีของมันโดยตรง

แต่คนที่ทำให้มันกลายเป็นงานที่คนจดจำ กลับเป็นนักพฤกษศาสตร์ชื่อ Anna Atkins หนึ่งปีถัดมาเธอวางสาหร่ายทะเลแต่ละชนิดลงบนกระดาษไซยาโนไทป์ ทีละใบ แล้วรวมเป็นหนังสือชื่อ British Algae หลายคนถือว่านั่นคือหนังสือเล่มแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำภาพประกอบด้วยกระบวนการถ่ายภาพ ภาพสาหร่ายสีขาวบางเบาบนพื้นน้ำเงินของเธอ ยังดูร่วมสมัยจนน่าตกใจ

ภาพไซยาโนไทป์ของสาหร่ายทะเลสีขาวบนพื้นสีน้ำเงิน แบบเดียวกับงานบันทึกพืชยุคแรก

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ คือกระบวนการที่เคยเป็นเรื่องของนักวิทยาศาสตร์เมื่อร้อยแปดสิบปีก่อน กลับมาอยู่ในมือของศิลปินและคนทำงานคราฟต์รุ่นใหม่อีกครั้ง พวกเขาไม่ได้ใช้มันบันทึกพืชแบบ Atkins แต่ดึงมันออกไปไกลกว่านั้นมาก

บางคนพิมพ์ไซยาโนไทป์ลงบนผ้าโดยตรง แล้วเย็บต่อกันเป็นเสื้อผ้าหรือผ้าห่ม บางคนย้อมทับด้วยน้ำชาเพื่อดึงสีน้ำเงินให้อุ่นขึ้นหรือเปลี่ยนเป็นโทนน้ำตาล บางคนเอาไปผสมกับภาพดิจิทัลและสเตนซิล ทำให้เส้นแบ่งระหว่างของเก่ากับของใหม่พร่าเลือน สีน้ำเงินยังเป็นสีน้ำเงินเดิม แต่สิ่งที่วางลงไปบนนั้นเปลี่ยนไปหมด

ไซยาโนไทป์ของพืชคล้ายเฟิร์นสีขาวบนพื้นสีน้ำเงิน

คำถามที่น่าคิดคือ ทำไมกระบวนการที่ช้าและควบคุมยากขนาดนี้ ถึงกลับมาในช่วงเวลาที่ทุกอย่างเร็วและแม่นยำที่สุดในประวัติศาสตร์

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมันตรงข้ามกับภาพบนหน้าจอเกือบทุกทาง ภาพดิจิทัลคัดลอกได้ไม่รู้จบ เหมือนกันทุกครั้งที่กด ส่วนไซยาโนไทป์เป็นวัตถุชิ้นเดียว เกิดจากการสัมผัส จากเคมี และจากสภาพอากาศในวันนั้น แดดแรงหรือแดดอ่อน เมฆผ่านมาบังตอนไหน กระดาษชื้นแค่ไหน ทุกอย่างทิ้งร่องรอยลงบนแผ่นนั้น พิมพ์สองครั้งด้วยใบไม้ใบเดียวกันก็ไม่มีวันได้ภาพซ้ำกันเป๊ะ

ไซยาโนไทป์ของดอกไม้ป่าแห้งและฝักเมล็ดบนกระดาษสีน้ำเงิน

มีคนทำไซยาโนไทป์บอกไว้ทำนองว่า ธรรมชาติเป็นผู้ร่วมงาน ไม่ใช่วัตถุดิบ เพราะคนทำวางองค์ประกอบได้ เลือกใบไม้ได้ เลือกจังหวะได้ แต่สุดท้ายแดดกับน้ำเป็นคนตัดสินว่าภาพจะออกมาอย่างไร การยอมปล่อยการควบคุมบางส่วนให้สิ่งที่คาดเดาไม่ได้ กลายเป็นเสน่ห์ ไม่ใช่ข้อเสีย

ไซยาโนไทป์ของดอกผักชีลาวสามดอกสีขาวบนพื้นสีน้ำเงิน

อีกส่วนคือความเรียบง่ายของมันเอง ไซยาโนไทป์ใช้สารเคมีที่ไม่ร้ายแรงเท่ากระบวนการห้องมืดแบบอื่น ต้องการแค่แสงยูวีกับน้ำในการล้าง ทำได้ในสวนหลังบ้าน ในห้องเรียน หรือบนโต๊ะริมหน้าต่าง มันจึงเปิดประตูให้คนที่ไม่เคยเข้าใกล้งานถ่ายภาพมาก่อน ได้ลองทำภาพด้วยมือตัวเองโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ราคาแพง ความรู้สึกแบบเดียวกับที่คนหันกลับไปหากระบวนการถ่ายภาพฟิล์มที่ช้าลง ในช่วงไม่กี่ปีมานี้

สีน้ำเงินของไซยาโนไทป์จึงกลายเป็นมากกว่าสี มันเป็นเครื่องหมายของงานที่ต้องใช้เวลา ต้องรอ ต้องยอมให้เกิดความไม่สมบูรณ์ ในโลกที่ภาพหนึ่งภาพใช้เวลาสร้างเพียงเสี้ยววินาที การนั่งรอแดดวาดภาพให้เสร็จ ถือเป็นการเลือกที่มีความหมายในตัวมันเอง

งานพิมพ์ไซยาโนไทป์ลายใบไม้บนกระดาษสีน้ำเงิน

บนแผ่นน้ำเงินแต่ละใบ มีทั้งใบไม้ที่วางลงไป และวันที่มันถูกวางลงไปด้วย แดดของวันนั้นไม่มีทางกลับมาอีก และภาพที่ได้ก็เก็บวันนั้นไว้แบบเงียบๆ โดยไม่ต้องบอกว่าเป็นวันไหน


ชวนดูของในร้าน Portjolio

โปสการ์ด Tulipa งานลายดอกไม้จาก Naive Flora

Postcard Tulipa by Naive Flora เป็นงานพิมพ์ลายพืชบนกระดาษเหมือนกัน ต่างกันตรงที่แทนสีน้ำเงินนิ่งของไซยาโนไทป์ ด้วยโทนพาสเทลอ่อนและเส้นมือแบบเด็กวาด อีกวิธีหนึ่งในการเก็บดอกไม้ไว้บนแผ่นกระดาษ

Photo credit: Siobhan Flannery และ The New York Public Library / Unsplash

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด