
ปี 1843 ที่ชายฝั่งอังกฤษ ผู้หญิงคนหนึ่งวางสาหร่ายทะเลแห้งลงบนกระดาษที่เคลือบสารละลายเหล็กไว้ แล้วยกออกไปวางกลางแดด ไม่กี่นาทีต่อมากระดาษค่อยเข้มขึ้นเป็นสีน้ำเงิน เหลือไว้แต่ร่างของสาหร่ายเป็นรอยขาวจางตรงที่แสงส่องไม่ถึง
ภาพแบบนั้นเรียกว่าไซยาโนไทป์ ผู้หญิงคนนั้นคือ Anna Atkins นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ และหนังสือที่เธอทำขึ้นจากภาพเหล่านี้ ชื่อ British Algae ถูกนับว่าเป็นหนังสือเล่มแรกของโลกที่ใช้ภาพถ่ายเป็นภาพประกอบทั้งเล่ม
ไซยาโนไทป์ไม่ได้เกิดจากกล้อง มันคือการวางวัตถุลงบนกระดาษไวแสงโดยตรง แล้วปล่อยให้แสงอาทิตย์ทำงาน ส่วนที่ถูกวัตถุบังไว้จะยังขาว ส่วนที่โดนแสงจะกลายเป็นสีน้ำเงินปรัสเซีย เป็นสีเดียวที่กระบวนการนี้ให้ได้ ล้างด้วยน้ำเปล่าก็เสร็จ ไม่ต้องมีห้องมืด ไม่ต้องมีน้ำยาหลายขวด

นักวิทยาศาสตร์ชื่อ John Herschel เป็นคนคิดค้นกระบวนการนี้ในปี 1842 ตอนแรกมันถูกใช้เป็นวิธีทำสำเนาแบบแปลนทางวิศวกรรม คำว่า blueprint ในภาษาอังกฤษก็มาจากตรงนี้ ภาพสีน้ำเงินที่มีเส้นขาว เคยเป็นภาษาของช่างเขียนแบบมาก่อนจะกลายเป็นของศิลปิน
เกือบสองร้อยปีผ่านไป ภาพสีน้ำเงินแบบนี้กลับมาปรากฏอีกครั้ง ปีนี้มีนิทรรศการที่รวมงานไซยาโนไทป์ร่วมสมัยจากศิลปินหลายคน ทั้งงานพิมพ์แบบดั้งเดิม งานที่ผสมสื่ออื่น และงานที่ทดลองวางวัตถุแปลกตาลงบนกระดาษ คนที่หันมาทำมันไม่ได้ทำเพราะมันใหม่ เพราะมันเก่ากว่าฟิล์มเสียอีก

สิ่งที่ดึงคนกลับมา น่าจะเป็นจังหวะของมันเอง ไซยาโนไทป์บังคับให้ช้า ต้องรอแดด ต้องกะเวลาเอง แดดแรงวันนี้กับแดดอ่อนพรุ่งนี้ให้ผลไม่เท่ากัน สองแผ่นที่ทำจากดอกไม้ช่อเดียวกันก็ไม่มีทางออกมาเหมือนกันทุกเส้น ในงานที่ทุกอย่างกดปุ่มแล้วได้ทันที ความไม่แน่นอนแบบนี้กลายเป็นของหายาก

อีกอย่างคือสีน้ำเงินนั้นเอง ปรัสเซียนบลูเป็นสีที่หนักและนิ่งในเวลาเดียวกัน มันไม่ฉูดฉาด แต่ก็ไม่จม ดอกไม้หรือใบเฟิร์นที่กลายเป็นเงาขาวบนพื้นสีนี้ ดูเหมือนถูกเก็บรักษาไว้มากกว่าถูกถ่าย เหมือนร่องรอยมากกว่ารูป
มีคนตั้งข้อสังเกตว่างานของ Atkins อยู่ก้ำกึ่งระหว่างวิทยาศาสตร์กับศิลปะ เธอทำมันเพื่อบันทึกตัวอย่างพืชให้แม่นยำ ไม่ได้ตั้งใจให้สวย แต่ความแม่นยำนั้นเองที่ทำให้มันสวยมาจนถึงวันนี้ รายละเอียดของขอบใบ ของเส้นใย ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ถูกบันทึกไว้ตรงตามจริง โดยไม่มีมือของคนวาดเข้าไปแต่ง
ความสนใจแบบนี้เดินไปพร้อมกับกระบวนการแอนะล็อกอื่นที่ค่อยๆ กลับมา คล้ายกับที่เราเคยเขียนถึง กล้องที่ออกแบบให้คนยอมรอภาพ ความช้าไม่ได้เป็นข้อจำกัด แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ภาพนั้นเป็น

บางคนทำไซยาโนไทป์บนผ้า บางคนทำบนกระดาษสา บางคนพิมพ์ดิจิทัลเนกาทีฟลงไปเพื่อให้ได้ภาพที่ซับซ้อนขึ้น กระบวนการเดียวกันที่ Atkins ใช้บันทึกสาหร่ายเมื่อร้อยแปดสิบปีก่อน ถูกหยิบมาเล่าเรื่องใหม่ได้ไม่รู้จบ

สิ่งที่น่าคิดคือ ภาพที่เกิดจากการรอแสงแบบนี้ไม่เคยมีต้นฉบับให้คัดลอก แต่ละแผ่นเป็นของตัวมันเอง เกิดขึ้นครั้งเดียวจากแดดของวันนั้น แล้วก็ไม่มีวันซ้ำอีก
Photo credit: ผลงานไซยาโนไทป์ดั้งเดิมจากคอลเลกชัน The New York Public Library และผลงานร่วมสมัยโดย Siobhan Flannery ผ่าน Unsplash
ของในร้านที่เข้ากับสีนี้

Inspo Gone Vision Cap Blue สีน้ำเงินของหมวกใบนี้อยู่ในโทนเดียวกับปรัสเซียนบลูที่ทำให้ไซยาโนไทป์ดูนิ่งและไม่ฉูดฉาด เป็นสีที่อยู่กับของได้นานโดยไม่เรียกร้องความสนใจ
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด