ในร้านของ Portjolio ของแต่ละชิ้นไม่ได้มาจากโรงงานที่ไหนไกล แต่มาจากคนทำที่มีชื่อ มีหน้าร้านของตัวเอง และตั้งใจกับงานตรงหน้า เดือนนี้เราหยิบสามชิ้นที่เผินๆ ดูเป็นของใช้ธรรมดา แต่พอมองใกล้จะเห็นการตัดสินใจแบบงานออกแบบซ่อนอยู่ในนั้น
ชิ้นแรกเป็นกิ๊บติดผมลูกไม้จาก nesseesi ทำด้วยเทคนิค tatting คือการถักลูกไม้ทีละปมด้วยมือ ไม่ใช่เย็บด้วยจักร กว่าจะได้ลายโปร่งขนาด 5 เซนติเมตรหนึ่งชิ้นต้องใช้ทั้งเวลาและสมาธิ งานชิ้นนี้ใช้ด้ายหลายสีของ Olympus กับลูกปัดผสม และเพราะทำมือทุกชิ้น แต่ละอันจึงไม่เหมือนกันเป๊ะ
ที่มันเป็นงานออกแบบไม่ได้อยู่ที่ความสวยอย่างเดียว แต่อยู่ที่การที่โครงสร้างของลูกไม้ทั้งผืนเกิดจากปมของเส้นด้ายเส้นเดียวที่ร้อยต่อกันไปเรื่อยๆ ความไม่สมบูรณ์เล็กน้อยจากมือคนคือเสน่ห์ที่ของผลิตจำนวนมากให้ไม่ได้ (Tatting Hair Clip with beads ฿420)


ชิ้นที่สองเปลี่ยนสเกลขึ้นมาเป็นกระเป๋าผ้า Tote bag SOHO ลายโชคดี จาก PDM หรือ Product Design Matters แบรนด์ออกแบบไทยที่ทำงานกับลายและฟังก์ชันควบคู่กัน ตัวกระเป๋าใช้ได้สองทรง ทั้งสะพายถือและสะพายข้าง ผ้าเคลือบ PU กันน้ำได้ระดับหนึ่ง ซับในบุด้วยผ้าร่ม และรับน้ำหนักได้ราว 12 กิโลกรัม
ลายโชคดีบนตัวกระเป๋าไม่ได้เป็นแค่ลวดลายตกแต่ง แต่เป็นวิธีที่แบรนด์ใส่บุคลิกลงไปบนของใช้ประจำวัน งานออกแบบที่ดีหลายครั้งก็เริ่มจากของที่เราหยิบใช้ทุกวันแบบนี้เอง (PDM Tote bag SOHO ลายโชคดี ฿1,590 จากราคาเต็ม ฿1,990)


ชิ้นสุดท้ายเล็กและเบาที่สุด เป็นโปสต์การ์ดชุด Daily Eyes No.10 จาก perthsirin พิมพ์บนกระดาษ Photo Satin หนา 290 แกรม ให้โทนสีอุ่นกว่ารูปถ่ายทั่วไปและมีประกายบางๆ ขนาด 4 x 6 นิ้ว จะส่งให้กันหรือตั้งประดับมุมโต๊ะก็ได้
เสน่ห์ของงานชุดนี้คือการมองเห็นสิ่งธรรมดาในแต่ละวันแล้วเก็บมันไว้เป็นภาพ ราคาที่เริ่มต้นเพียง ฿60 ทำให้มันเป็นจุดเริ่มที่ง่ายสำหรับคนที่อยากลองสะสมงานของนักวาดสักคน (Daily Eyes Postcard No.10 ฿60)

สามชิ้นนี้ราคาต่างกันหลายเท่า แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือเบื้องหลังของมันมีคนทำที่ตัดสินใจทุกรายละเอียดด้วยตัวเอง
เปิดร้านของคุณบน Portjolio
Portjolio เป็นพื้นที่ให้นักออกแบบและศิลปินนำผลงานของตัวเองมาวางขายได้จริง ไม่ว่าจะเป็นงานพิมพ์ งานคราฟต์ หรือสินค้าดีไซน์
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด