บนข้อมือของนักวิ่งคนหนึ่ง มีสายรัดสีดำเส้นเล็ก ไม่มีหน้าจอ ไม่มีปุ่ม ไม่มีเสียงแจ้งเตือน

WHOOP เคยเป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาให้ “หายไป” — ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ ทำหน้าที่ของมันอย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องการความสนใจจากใคร จนกระทั่ง Samuel Ross ตัดสินใจว่าข้อมือสมควรมีภาษาดีไซน์เป็นของตัวเอง

WHOOP x SR_A Project Terrain campaign

Ross คือคนที่ก่อตั้ง A-COLD-WALL* — แบรนด์ที่เรียกเสื้อผ้าของตัวเองว่า “สถาปัตยกรรมเชิงสังคมสำหรับร่างกาย” คำพูดที่ฟังดูใหญ่โต แต่เมื่อมองงานของเขาจริงๆ มันไม่ได้เกินจริง เสื้อผ้าของ Ross มีท่าทีของอาคาร — โครงสร้างชัด วัสดุจริงจัง พื้นผิวที่บอกเล่าที่มาของมันได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบาย

SR_A คือสตูดิโอดีไซน์ที่ Ross ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำงานข้ามสาขา ตั้งแต่เสื้อผ้า วัตถุ ไปจนถึงสถาปัตยกรรม ทุกอย่างผ่านกระบวนการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมที่ให้ค่ากับวิธีการมากกว่าการสื่อสาร เมื่อ WHOOP เข้ามาชวนทำงานร่วมกัน Ross ไม่ได้แค่ออกแบบสายรัดข้อมือใหม่ เขาสร้างระบบเสื้อผ้าทั้งระบบขึ้นมาในชื่อ PROJECT TERRAIN

สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้ต่างจาก collaboration ทั่วไป คือท่าทีของมัน

ความร่วมมือส่วนใหญ่ในวงการแฟชั่นกับเทคโนโลยี มักพยายาม “โชว์” ตัวเทคโนโลยีออกมา หน้าจอใหญ่ขึ้น สีสดขึ้น ฟีเจอร์เยอะขึ้น แต่ Ross ทำตรงกันข้าม เขาออกแบบให้อุปกรณ์ WHOOP จมลงไปในเสื้อผ้า กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่สวมใส่ ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมที่ถูกติดมาข้างนอก

WHOOP x SR_A Project Terrain shell jacket

แจ็กเก็ตมี pocket สำหรับ sensor ที่ซ่อนอยู่ในตำแหน่งที่คำนวณมาแล้ว ฮู้ดมีรูเจาะเล็กๆ ไม่ได้อยู่เพื่อตกแต่ง แต่เพื่อให้อากาศไหลผ่านตรงจุดที่ร่างกายต้องการระบายความร้อนขณะวิ่ง ตะเข็บเชื่อมแทนการเย็บ เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มความทนทานไปพร้อมกัน

ผ้าที่ใช้มาจากอิตาลี ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ — ไม่ใช่เพราะอยากขายชื่อแหล่งผลิต แต่เพราะวัสดุเหล่านั้นตอบโจทย์ที่ Ross ตั้งไว้ ทั้งน้ำหนักเบา กันน้ำ ทนเหงื่อ แต่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด เสื้อผ้าเคลือบสารกันน้ำที่ไม่สร้างความรู้สึกหนักหรืออับ — รายละเอียดแบบนี้ Ross บอกว่ามาจากประสบการณ์จริงของการวิ่งในแจ็กเก็ตที่ออกแบบไม่ดี

WHOOP x SR_A Project Terrain undershirt band

สายรัดข้อมือเองก็ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด clasp เป็นงานโลหะที่มีมุมเฉียงคมแบบสถาปัตยกรรม พื้นผิว brushed steel ที่ Ross ตั้งใจให้มันเปลี่ยนไปตามการใช้งาน ยิ่งใส่นาน ยิ่งเกิด patina ยิ่งมีร่องรอย ตัววัสดุสายใช้ SuperKnit พร้อม raised pigment print ที่เพิ่มทั้ง grip และ texture

Chapter One ของ Project Terrain ใช้โทนสี deep slate กับ titanium — สีของคอนกรีตเปียกและเหล็กกล้าที่เริ่มเปลี่ยนผิว Ross วางแผนให้โปรเจกต์คลี่ออกเป็น 3 chapters ตลอดระยะเวลา 2 ปี โดย chapter ถัดไปจะเปลี่ยนไปใช้โทน rust และ earth tone สำหรับสภาพแวดล้อมกลางแจ้ง

มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นของสะสมที่ซื้อแล้วเก็บ แต่เป็นระบบเสื้อผ้าที่วิวัฒน์ไปตามฤดูกาล เหมือนเฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่ค่อยๆ ซื้อเพิ่มจนกลายเป็นชุดเดียวกัน ทุกฤดูกาล silhouette เดิมจะถูกพัฒนาต่อ palette เปลี่ยน รายละเอียดวัสดุปรับ แต่ภาษาดีไซน์ยังคงอ่านออกว่ามาจากที่เดียวกัน

Ross เคยพูดไว้ว่างานของเขาไม่ได้เกี่ยวกับความสมบูรณ์แบบ มันเกี่ยวกับความทนทาน — ความเป็นเครื่องมือที่พร้อมถูกใช้งาน ไม่ใช่ของที่ต้องระวัง

และบางที นั่นอาจเป็นสิ่งที่แยก Project Terrain ออกจากความร่วมมืออื่นๆ ที่เราเห็นผ่านมาแล้วผ่านไป มันไม่ได้พยายามจะสวย มันพยายามจะอยู่


ภาพ: Project Terrain / WHOOP

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio — ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด