
ลองนึกภาพห้องแกลเลอรีที่มีวงแหวนโลหะขนาดใหญ่แขวนลอยจากเพดาน ตามแนวเส้นรอบวงมีขวดใสบรรจุแร่ธาตุจากอินโดนีเซีย ต้นไม้เขตร้อน ไฟ และกล่องดนตรี ทั้งหมดเชื่อมต่อกับเครื่องผลิตออกซิเจนและระบบตรวจจับ ที่ตอบสนองต่อลมหายใจของคนดูแบบ real-time — เมื่อเราหายใจออก คาร์บอนไดออกไซด์กระตุ้นให้เครื่องสูบออกซิเจนกลับคืนสู่ห้อง นี่คือผลงานของ Bagus Pandega ศิลปินชาวอินโดนีเซียจากบันดุง ที่กำลังทำให้โลกศิลปะร่วมสมัยหันมาสนใจ
สิ่งที่ทำให้ Pandega ต่างจากศิลปินร่วมสมัยคนอื่นไม่ใช่แค่ “ความสวย” ของผลงาน แต่เป็นวิธีคิดที่ฝังรากลึกอยู่กับบริบทของอินโดนีเซีย เขาหยิบเอาประวัติศาสตร์การสกัดทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่ยุคค้าเครื่องเทศในศตวรรษที่ 16 อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ไปจนถึงความต้องการนิกเกิลในยุคปัจจุบัน — แร่ธาตุที่ซ่อนอยู่ในแบตเตอรี่โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และรถยนต์ไฟฟ้าที่เราใช้ทุกวัน — มาเป็นวัตถุดิบทางความคิดในการสร้างงาน

นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในสถาบันระดับนานาชาติของเขา Daya Benda ที่ Swiss Institute นิวยอร์ก (จัดแสดงจนถึงมกราคม 2026) รวบรวมผลงานที่แสดงให้เห็นแนวคิดนี้ชัดเจน ผลงาน Hyperpnea Green (2024) คือ installation ขนาดใหญ่รูปวงกลมซ้อนกัน ที่ใช้ biofeedback จากพืชและมนุษย์เป็นตัวขับเคลื่อนระบบกลไก ชื่อผลงานมาจากคำทางการแพทย์ที่หมายถึงการหายใจเร็วและลึกเพื่อตอบสนองต่อความต้องการออกซิเจน — สะท้อนภาวะพึ่งพิงที่เรามีต่อธรรมชาติ ซึ่งเราเองก็กำลังทำลายมันไปพร้อมกัน
อีกผลงานที่น่าสนใจคือ Anim Wraksa (2025) ซึ่งชื่อมาจากภาษาชวาโบราณแปลว่า “วิญญาณแห่งต้นไม้” กิ่งไม้ถูกจุ่มอยู่ในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ ผ่านกระบวนการชุบนิกเกิลอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลานิทรรศการ ค่อยๆ เปลี่ยนจากสิ่งมีชีวิตเป็นวัตถุโลหะ ภาพ live ของกระบวนการนี้ถูกฉายขึ้นจอ LED บนดาดฟ้า กลับหัวกลับหาง ทำให้ฟองก๊าซไฮโดรเจนที่ลอยขึ้นกลายเป็นหยดน้ำที่ตกลงมา — เหมือนน้ำตาของต้นไม้

แต่ผลงานที่อาจจะ “ป๊อป” ที่สุดในนิทรรศการนี้คือ Putar Petir Racing Team (2025) — มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ Pandega สร้างขึ้นเองทั้งคัน พ่นสีม่วง ชมพู และทองสะท้อนแสง ได้แรงบันดาลใจจากสุนทรียะ “jamet” วัฒนธรรมข้างถนนของชวาที่ผสมระหว่าง metalhead กับ drag racing ท้องถิ่น เขาจัดแข่ง drag race จริงๆ ที่บันดุง ให้มอเตอร์ไซค์ EV ของเขาวิ่งแข่งกับรถเบนซิน ราวกับถามว่า อนาคตของพลังงานจะเป็นอย่างไร ถ้าคนธรรมดาเป็นคนกำหนดเอง
วิธีการทำงานของ Pandega น่าสนใจไม่แพ้ตัวผลงาน เขาใช้แนวทาง DIY แบบ hacker ประกอบระบบจากเทคโนโลยีที่หาได้ทั่วไป วัสดุธรรมชาติอย่างพืชและแร่หายาก เครื่องดนตรี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดจากสไตล์ แต่เกิดจากความจำเป็นทางเศรษฐกิจในช่วงเริ่มต้นอาชีพ ที่ค่อยๆ พัฒนาเป็นปรัชญาการสร้างสรรค์ — ศิลปะไม่จำเป็นต้องมาจากสตูดิโอหรูหรา มันสร้างได้จากสิ่งที่อยู่รอบตัว
ในยุคที่ศิลปะร่วมสมัยมักพูดถึง sustainability แบบผิวเผิน Pandega ทำสิ่งที่ลึกกว่านั้น เขาไม่ได้แค่ “พูดถึง” ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ ฝังมันไว้ในกลไกของผลงาน ให้คนดูสัมผัสได้จริงผ่านลมหายใจ การเคลื่อนไหว และปฏิกิริยาเคมี นอกจากนิทรรศการที่นิวยอร์ก เขายังมีนิทรรศการ Sumber Alam ที่ Kunsthalle Basel และผลงานใน Bangkok Art Biennale 2024 ที่ผ่านมา Pandega เป็นศิลปินที่ Portjolio มองว่าเป็นตัวแทนของทิศทางที่น่าจับตาในวงการศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ — งานที่เกิดจากบริบทท้องถิ่น แต่สื่อสารได้กับทุกคน
ติดตามผลงาน Bagus Pandega:
ROH Projects — Bagus Pandega | Swiss Institute — Daya Benda | Ocula — Bagus Pandega
เครดิตภาพ: ผลงาน Bagus Pandega / ภาพจาก Swiss Institute, New York — นิทรรศการ Daya Benda (2025). Curated by Stefanie Hessler.
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio — ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด