เมื่อ Audemars Piguet พบ Swatch — Royal Pop กับการกลับมาของนาฬิกาพก

สกรูแปดเหลี่ยมบนขอบ bezel ของ Royal Oak เป็นรายละเอียดที่คนส่วนใหญ่จำได้ แม้จะไม่เคยจับตัวจริง Gérald Genta วาดมันขึ้นมาในคืนเดียวเมื่อปี 1972 สำหรับ Audemars Piguet และตั้งแต่นั้น silhouette แปดเหลี่ยมนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในภาษาดีไซน์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการนาฬิกา
แต่เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา สกรูเหล่านั้นปรากฏตัวในร่างใหม่ ไม่ใช่บนข้อมือ แต่เป็นนาฬิกาพกที่ห้อมลงจากสาย lanyard สีสันจัดจ้าน ทำจาก Bioceramic ในราคาที่ไม่ต้องรอ waiting list
Royal Pop คือ collaboration ระหว่าง Audemars Piguet กับ Swatch แปดรุ่น แปดสี ในรูปแบบนาฬิกาพกที่แตกต่างจากทุกอย่างที่ทั้งสองแบรนด์เคยทำ

ความจริงแล้ว Audemars Piguet เคยทำนาฬิกาพก Royal Oak มาก่อน ในยุค 80s มีรุ่น pocket watch ที่ใช้ตัวเรือนแปดเหลี่ยมเดียวกัน ทำจากทองและสตีล เงียบขรึม สง่า เหมือนวัตถุจากยุคที่นาฬิกาพกยังเป็นเครื่องประดับของผู้ดี
Royal Pop หยิบ DNA นั้นมา แต่พลิกน้ำเสียงทั้งหมด
ตัวเรือนทำจาก Bioceramic วัสดุผสมระหว่างเซรามิกกับน้ำมันละหุ่ง ซึ่ง Swatch ใช้ใน MoonSwatch มาก่อน แต่คราวนี้สีสันถูกดันไปในทิศทางของ Pop Art อย่างจงใจ ชมพูจัด เขียว mint เหลืองสด ฟ้าอ่อน ลาย Petite Tapisserie บนหน้าปัดยังคงอยู่ แต่ถูกย้อมด้วยสีที่ไม่เคยปรากฏบน Royal Oak มาก่อน

สิ่งที่ทำให้ Royal Pop ไม่ใช่แค่ “MoonSwatch ภาคต่อ” คือรูปแบบการสวมใส่ นี่ไม่ใช่นาฬิกาข้อมือ แต่เป็นนาฬิกาพกที่มาพร้อม lanyard สามความยาว สามารถห้อมคอ ติดกระเป๋า คล้องข้อมือ หรือตั้งบนโต๊ะด้วยขาตั้งเล็กที่ถอดออกได้ มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อบอกเวลาอย่างเดียว แต่เป็นวัตถุที่อยู่ระหว่างเครื่องประดับกับ art object
กลไกข้างในเป็น SISTEM51 เวอร์ชันไขลานมือรุ่นใหม่ที่ Swatch พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับ collection นี้ มี 15 สิทธิบัตร สำรองพลังงานได้กว่า 90 ชั่วโมง ฝาหลังโปร่งใสเปิดให้เห็นกลไกและตัวอักษร Royal Pop สีเหลืองสดที่เขียนทับลงไป ราวกับ graffiti บนผนังอาคารเก่า

แปดรุ่นแบ่งเป็นสองทรง Lépine หน้าเปิด กับ Savonnette ที่มีฝาปิด แต่ละรุ่นมีชื่อในภาษาต่างกัน Ocho Negro, Blaue Acht, Lan Ba ตัวเลขแปดในภาษาสเปน เยอรมัน และจีน สะท้อนทั้งจำนวนสกรูบน bezel และจำนวนรุ่นในคอลเลกชัน
ราคาอยู่ที่ 400–420 ดอลลาร์ ในราคาที่ซื้อ Royal Oak จริงไม่ได้ แต่ได้สัมผัส DNA ของมันในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน คิวที่หน้าร้าน Swatch ทั่วโลกในวันเปิดตัวยาวเหยียด บางร้านต้องยกเลิกการขายเพราะคนแน่นเกินไป
แต่สิ่งที่น่าสังเกตมากกว่าความ hype คือท่าทีของทั้งสองแบรนด์ Audemars Piguet ยอมปล่อยให้ Royal Oak silhouette ที่หวงแหนที่สุดของตัวเอง ถูกตีความใหม่ด้วยสีสันแบบ Warhol และวัสดุที่ไม่ใช่สตีลหรือทอง ส่วน Swatch ก็พิสูจน์อีกครั้งว่าสามารถทำให้วัฒนธรรม haute horlogerie เข้าถึงได้ โดยไม่ทำให้มันถูกลดทอน
นาฬิกาพกเคยเป็นวัตถุของอีกยุคหนึ่ง Royal Pop ไม่ได้ทำให้มัน “กลับมา” แต่มันทำให้คำถามเปลี่ยนไป จากเดิมที่ถามว่า “ใครยังใส่นาฬิกาพก” เป็น “ทำไมเราถึงหยุดใส่”
…และบางที คำตอบก็อยู่ในสกรูแปดตัวเดิมนั้นเอง แค่คราวนี้มันเป็นสีชมพู
ภาพ: Audemars Piguet / Swatch / Designboom
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio — ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด