มีจุดเล็ก ๆ บนตัวอักษรที่คนเดินผ่านป้ายรถไฟใต้ดินลอนดอนวันละหลายล้านคน ไม่เคยสังเกต นั่นคือจุดเหนือตัว i และตัว j ที่ไม่ได้เป็นวงกลมแบบฟอนต์ทั่วไป แต่เป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด

รายละเอียดเล็กนั้นคือลายเซ็นของฟอนต์ Johnston ตัวอักษรที่ Edward Johnston ออกแบบให้รถไฟใต้ดินลอนดอนตั้งแต่ปี 1916 และยังอยู่บนป้ายทุกสถานีจนถึงวันนี้ ผ่านมากว่าร้อยปีโดยแทบไม่เปลี่ยนโครงสร้าง

ป้ายโรนเดลของรถไฟใต้ดินลอนดอนที่ใช้ตัวอักษร Johnston

เรื่องเริ่มจากชายชื่อ Frank Pick ผู้บริหารของระบบขนส่งลอนดอนในยุคนั้น เขามองว่าป้ายและตัวอักษรในระบบรถไฟมั่วและอ่านยาก แต่ละสายต่างคนต่างทำ เขาจึงไปหา Edward Johnston ซึ่งตอนนั้นเป็นครูสอนการเขียนตัวอักษรด้วยมือ ไม่ใช่นักออกแบบฟอนต์ และขอให้ออกแบบตัวอักษรที่ชัด อ่านง่าย และดูเป็นของยุคใหม่

สิ่งที่ Johnston ทำคือไม่ลอกฟอนต์เก่า เขาย้อนกลับไปดูสัดส่วนของตัวอักษรโรมันคลาสสิก แล้วถอดมันออกมาเป็นเส้นเรียบ ๆ ไม่มีเชิง ผลคือฟอนต์ที่เรียกว่า humanist sans-serif ตัวแรก ๆ ของโลก มันเป็นตัวอักษรไม่มีเชิงที่ยังมีจังหวะและสัดส่วนแบบที่มือคนเขียน ไม่ใช่ตัวอักษรเครื่องจักรที่แข็งทื่อ

ป้ายบอกทาง Underground ที่ใช้ฟอนต์ Johnston

ตัว O ของ Johnston เป็นวงกลมเกือบสมบูรณ์ ตัวอักษรหลายตัวสร้างจากรูปทรงเรขาคณิตที่ตาอ่านได้เร็ว เพราะในสถานีที่คนเดินผ่านเร็ว แสงไม่แน่นอน และต้องอ่านจากระยะไกล ความชัดสำคัญกว่าความสวยหรูใด ๆ ฟอนต์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อถูกอ่านในครึ่งวินาที

เสาป้ายโรนเดล Underground สีดำกับตัวอักษร Johnston

อีกสิ่งที่ Johnston ทำคือตัวอักษรบนสัญลักษณ์โรนเดล วงกลมที่มีแถบขวางตรงกลาง ซึ่งกลายเป็นเครื่องหมายของรถไฟใต้ดินลอนดอนที่คนทั้งโลกจำได้ คำว่า Underground บนแถบนั้นใช้ฟอนต์ที่เขาออกแบบ ตัวอักษรกับสัญลักษณ์จึงโตมาด้วยกัน จนแยกออกจากกันไม่ได้

ป้ายโรนเดลสีแดงดำของรถไฟใต้ดินลอนดอน

ฟอนต์นี้ไม่ได้อยู่นิ่งทั้งร้อยปี ในปี 1979 Eiichi Kono ออกแบบเวอร์ชันใหม่ชื่อ New Johnston เพื่อให้เหมาะกับการพิมพ์และน้ำหนักที่หลากหลายขึ้น ต่อมาในปี 2016 ซึ่งครบรอบร้อยปี Monotype ทำเวอร์ชัน Johnston100 ที่เก็บรายละเอียดดั้งเดิมกลับมา รวมถึงจุดข้าวหลามตัดที่หายไปช่วงหนึ่ง การปรับแต่ละครั้งระวังมากที่จะไม่ทำให้คนรู้สึกว่ามันเปลี่ยน เพราะคุณค่าของมันคือความคุ้นเคยที่สะสมมานาน

ป้ายสถานีรถไฟใต้ดินลอนดอนกับตัวอักษร Johnston

เรื่องของตัวอักษรที่ทำงานในพื้นที่สาธารณะแบบนี้ คล้ายกับที่เคยเล่าไว้ในเรื่อง Frutiger ฟอนต์จากป้ายสนามบิน ทั้งสองตัวถูกออกแบบมาเพื่อพาคนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยไม่หลงทาง และทั้งสองตัวก็ดีจนเรามองไม่เห็นมัน เราเห็นแต่ทางที่มันชี้ให้

น่าคิดว่าครูสอนเขียนตัวอักษรด้วยมือคนหนึ่ง ออกแบบฟอนต์เพียงตัวเดียวในชีวิตที่เป็นที่จดจำ แล้วตัวอักษรนั้นก็กลายเป็นเสียงเงียบ ๆ ของเมืองทั้งเมือง คนนับล้านอ่านมันทุกวันโดยไม่รู้ชื่อคนทำ และบางที นั่นอาจเป็นรูปแบบความสำเร็จที่งานออกแบบที่ดีที่สุดมักได้รับ

ป้าย Underground สีน้ำเงินแดงที่ใช้ตัวอักษร Johnston

ชวนดูของในร้าน

PDM กระเป๋าผ้า Tote bag SOHO ลายโชคดี

PDM กระเป๋าผ้า Tote bag SOHO ลาย โชคดี เป็นของใช้ทุกวันที่พกตัวอักษรและลายกราฟิกติดตัวไปด้วย แบบเดียวกับที่ป้าย Johnston กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมืองโดยไม่ต้องประกาศตัว

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด

Photo credit: Kyle Bushnell, Will H McMahan, Zouukk, Humphrey M, Bruno Martins, Jude Mack / Unsplash