คนที่กำลังรีบขึ้นเครื่องมักไม่ได้มองป้ายนานเกินเสี้ยววินาที สายตาเงยขึ้นไปแตะคำว่าขาออก แล้วเดินต่อทันที โดยไม่รู้ตัวว่าเพิ่งอ่านอะไรไป การอ่านที่เกิดขึ้นเร็วและไม่ต้องออกแรงแบบนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ มันคือผลของตัวอักษรที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอนนี้โดยเฉพาะ

ฟอนต์ที่ว่าคือ Frutiger ตั้งชื่อตามผู้สร้างมันคือ Adrian Frutiger นักออกแบบตัวอักษรชาวสวิส เรื่องเริ่มในปี 1968 เมื่อสนามบินแห่งใหม่ใกล้กรุงปารีส คือชาร์ล เดอ โกล ต้องการระบบป้ายที่อ่านได้ในสภาพจริงของสนามบิน คนเดินเร็ว มองจากมุมเฉียง ระยะไกล และแสงที่เปลี่ยนไปตลอดวัน เขาจึงไม่ได้หยิบฟอนต์เก่ามาใช้ แต่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งชุด
ตอนแรกฟอนต์นี้ถูกเรียกตามชื่อสนามบินว่า Roissy ก่อนจะถูกปล่อยให้คนทั่วไปใช้ในปี 1976 ภายใต้ชื่อผู้ออกแบบ ก่อนหน้านั้น Frutiger เคยสร้างฟอนต์ชื่อ Univers มาแล้วในปี 1957 แต่กับงานป้ายสนามบิน เขาเลือกเดินคนละทาง เพราะความเรียบเนี้ยบเกินไปไม่ได้ช่วยให้อ่านเร็วขึ้นเสมอ

หัวใจของ Frutiger อยู่ที่ช่องว่างในตัวอักษร ส่วนเว้าของตัว c ตัว e และตัว a ถูกเปิดให้กว้าง ไม่ม้วนเข้าหากันจนตัน เพราะเมื่อมองจากไกลหรือมองเร็ว ช่องที่แคบจะหุบจนตัวอักษรกลายเป็นก้อนทึบที่แยกกันไม่ออก การเปิดช่องเหล่านี้ทำให้แต่ละตัวคงรูปร่างของมันไว้ได้ แม้ภาพจะเริ่มเบลอ
อีกจุดคือความต่างระหว่างตัวอักษรแต่ละตัว Frutiger ตั้งใจไม่ให้ตัวที่หน้าตาใกล้กันดูเหมือนกันเกินไป ขาของตัวอักษร ปลายเส้น และสัดส่วนถูกปรับให้แต่ละตัวมีบุคลิกของตัวเอง คนอ่านจึงแยกคำได้โดยไม่ต้องเพ่ง นี่คือความต่างจากฟอนต์ที่สวยแบบเป็นระเบียบ แต่พออยู่บนป้ายจริงกลับอ่านยากกว่าที่คิด

ความคิดเรื่องตัวอักษรที่ต้องอ่านในการเคลื่อนไหวนี้ เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับฟอนต์ Johnston ของรถไฟใต้ดินลอนดอน ทั้งสองงานตอบโจทย์เดียวกัน คือพาคนแปลกหน้าจำนวนมากไปให้ถูกทางโดยไม่ต้องคิด ต่างกันที่ Frutiger เกิดทีหลังและถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นพอจะใช้ได้ทั้งบนป้ายและในงานพิมพ์ทั่วไป

หลังจากนั้น Frutiger เดินทางออกไปไกลกว่าสนามบินมาก มันกลายเป็นตัวเลือกของระบบป้ายในโรงพยาบาล ถนน และหน่วยงานรัฐในหลายประเทศ เพราะมันมีคุณสมบัติที่หายาก คืออ่านง่ายโดยไม่เย็นชา ตัวอักษรมีความอบอุ่นแบบลายมือคนอยู่เล็กน้อย จึงไม่ทำให้ป้ายดูแข็งกระด้างเหมือนคำสั่ง

สิ่งที่น่าคิดคือ ความสำเร็จของ Frutiger วัดจากการที่ไม่มีใครสังเกตเห็นมัน ป้ายที่ดีคือป้ายที่หายไป เหลือไว้แค่ข้อมูลที่เข้าหัวเราตรง คนหลายล้านเดินผ่านตัวอักษรชุดนี้ทุกวันโดยไม่เคยรู้จักชื่อมัน และนั่นอาจเป็นคำชมที่ตรงที่สุดสำหรับงานออกแบบประเภทนี้

ครั้งหน้าที่เดินผ่านป้ายในสนามบินแล้วอ่านมันได้โดยไม่ต้องหยุด ลองมองนานขึ้นอีกนิด ตัวอักษรที่ดูธรรมดานั้นผ่านการคิดมาแล้วทุกส่วนโค้ง ทุกช่องว่าง เพื่อให้คุณไม่ต้องคิดอะไรเลย และบางที ความเรียบที่สุดก็คือสิ่งที่ยากที่สุดจะทำให้ถูก
ของในร้านที่เล่นกับตัวอักษรเหมือนกัน

PDM กระเป๋าผ้า Tote bag SOHO เป็นกระเป๋าที่วางตัวอักษรเป็นพระเอกของชิ้นงาน เหมือนกับที่ป้ายสนามบินปล่อยให้ตัวหนังสือเล่าเรื่องเอง ความเรียบของฟอนต์กับการจัดวางที่นิ่งคือสิ่งเดียวกันที่ทำให้มันดูดี
Photo credit: 一颯 山地, Huy Nguyễn, Nick Fewings, Etienne Girardet, Daniel Schludi, Waldemar Brandt / Unsplash
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด