บนแผ่นโลหะที่วางทิ้งไว้บนดวงจันทร์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 1969 มีข้อความสั้นว่ามนุษย์จากโลกได้มาถึงที่นี่ด้วยสันติ ตัวอักษรที่สลักอยู่บนแผ่นนั้นไม่ใช่ลายมือหรู ไม่ใช่ฟอนต์ที่ตั้งใจทำให้ดูยิ่งใหญ่ มันคือ Futura ตัวอักษรเรียบ ๆ ที่เกิดในโรงหล่อตัวพิมพ์เยอรมันเมื่อราวสี่สิบปีก่อนหน้านั้น

คนเลือกฟอนต์นี้ไปไว้บนดวงจันทร์คงไม่ได้คิดมากนัก เพราะ Futura เป็นตัวอักษรที่อ่านง่ายและดูเป็นกลาง แต่เมื่อมองย้อนกลับมา การเลือกนั้นกลับเหมาะเจาะอย่างประหลาด ฟอนต์ที่ชื่อแปลว่าอนาคต ได้ไปอยู่ในเหตุการณ์ที่มนุษย์รู้สึกว่าอนาคตเพิ่งเริ่มต้น

ตัวอักษรเรขาคณิตวางเรียงแสดงโครงสร้างเส้นที่เรียบและแม่นยำ

Futura ออกแบบโดย Paul Renner นักออกแบบชาวเยอรมัน เขาเริ่มร่างมันตั้งแต่ราวปี 1924 และโรงหล่อ Bauer นำออกขายในปี 1927 ช่วงเวลานั้นยุโรปกำลังเต็มไปด้วยความคิดเรื่องความทันสมัย เส้นตรง รูปทรงเรขาคณิต และการตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกให้หมด

Renner ไม่ได้เป็นอาจารย์หรือนักเรียนที่ Bauhaus แต่เขาหายใจในอากาศเดียวกัน เขาเชื่อว่าตัวอักษรของยุคใหม่ควรพูดภาษาของยุคใหม่ ไม่ใช่ลอกแบบเก่ามาทำใหม่ สิ่งที่เขาทำคือถอดตัวอักษรกลับไปหารูปทรงพื้นฐานที่สุด คือวงกลม สามเหลี่ยม และสี่เหลี่ยม

ลองดูตัว o ของ Futura มันเกือบเป็นวงกลมสมบูรณ์ ตัว a ไม่มีหางซับซ้อน เส้นทุกเส้นดูเหมือนถูกลากด้วยวงเวียนและไม้บรรทัด นี่คือสิ่งที่ทำให้มันต่างจากฟอนต์ซานส์เซอริฟรุ่นก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่ยังติดร่องรอยของการเขียนด้วยมือหรือป้ายช่างเขียน

ตัวเรียงพิมพ์ไม้หลากแบบวางรวมกัน บอกเล่าที่มาของงานออกแบบตัวอักษร

ท่าทีของ Futura คือความสงบที่มั่นใจ มันไม่ตะโกน ไม่พยายามทำตัวน่ารัก แต่ก็ไม่เย็นชาจนรู้สึกไม่มีชีวิต ความเรขาคณิตของมันให้ความรู้สึกว่ามีเหตุผล มีระเบียบ เหมือนงานสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่วางทุกอย่างไว้ตรงที่ควรอยู่

ในเยอรมนีช่วงทศวรรษ 1930 ความเรียบแบบนี้กลายเป็นเรื่องการเมืองอยู่พักหนึ่ง รัฐบาลในเวลานั้นมองฟอนต์โมเดิร์นด้วยสายตาระแวง และ Renner เองก็ถูกกดดันเพราะจุดยืนของเขา แต่ Futura รอดมาได้ และเมื่อสงครามจบ มันเดินทางข้ามมหาสมุทรไปอเมริกาแล้วกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของวงการโฆษณา

แคมเปญ Think Small ของ Volkswagen ในยุค 1960 ใช้ Futura วางบนพื้นที่ว่างกว้าง ๆ อย่างมีจังหวะ ความเรียบของฟอนต์ทำให้โฆษณาดูจริงใจและฉลาด ไม่ใช่ขายของแบบเร่งเร้า หลังจากนั้น Futura ก็ค่อย ๆ ซึมเข้าไปในแบรนด์จำนวนมาก ทั้งเรียบหรูและดุดัน

ป้ายตัวอักษรทรงเรขาคณิตบนผนัง สะท้อนความเรียบของฟอนต์ซานส์เซอริฟ

ที่น่าคิดคือฟอนต์เดียวกันนี้ทำงานได้กับแบรนด์ที่ต่างกันสุดขั้ว โลโก้กล่องแดงของ Supreme ใช้ Futura ตัวหนาเอียง ให้ความรู้สึกห้วนและตรงไปตรงมาแบบสตรีทแวร์ ขณะที่แบรนด์แฟชั่นเรียบ ๆ ก็หยิบฟอนต์เดียวกันไปใช้เพื่อความสงบและมีระดับ ตัวอักษรไม่ได้เปลี่ยน แต่บริบทเปลี่ยนความหมายของมัน

ผู้กำกับ Wes Anderson เป็นอีกคนที่ผูกตัวเองไว้กับ Futura เขาใช้มันในชื่อเรื่อง ป้าย และข้อความบนจอในหนังหลายเรื่อง ความสมมาตรและระเบียบของฟอนต์เข้ากันพอดีกับโลกที่เขาจัดวางทุกอย่างให้อยู่กึ่งกลางเฟรม กลายเป็นว่า Futura ไม่ได้เป็นแค่ฟอนต์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของน้ำเสียงเล่าเรื่อง

เกือบหนึ่งร้อยปีผ่านไป Futura ยังไม่ดูเก่า ส่วนหนึ่งเพราะมันไม่เคยพยายามตามแฟชั่นตั้งแต่แรก มันถูกสร้างจากรูปทรงที่อยู่เหนือยุคสมัย วงกลมก็ยังเป็นวงกลม สี่เหลี่ยมก็ยังเป็นสี่เหลี่ยม ความคิดเรื่องความเป็นกลางและอ่านง่ายแบบเดียวกันนี้ ยังเห็นได้ในฟอนต์ที่อยู่รอบตัวเราทุกวัน เช่นที่เล่าไว้ใน บทความเรื่อง Helvetica

บางทีคุณค่าของฟอนต์ที่ดี อาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้คนจดจำว่ามันคือฟอนต์อะไร แต่อยู่ที่การหายเข้าไปในเนื้อหาจนเรามองข้าม แล้ววันหนึ่งเมื่อมองกลับมาดี ๆ ก็พบว่ามันอยู่ตรงนั้นเสมอ ตั้งแต่กล่องสบู่ไปจนถึงแผ่นโลหะบนดวงจันทร์ คำถามที่เหลือไว้ก็คือ ตัวอักษรแบบไหนของวันนี้ ที่จะยังอยู่ตรงนั้นในอีกร้อยปีข้างหน้า

Photo credit: Claudio Schwarz, Nik, Marcus dePaula / Unsplash

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด