เหนือทางเข้าสถานีขนส่ง Port Authority ในนิวยอร์ก มีตัวอักษรชุดหนึ่งเขียนคำว่าสถานีไว้บนผนัง ตัวอักษรพวกนั้นไม่ได้สวยเป็นพิเศษ ไม่มีลายเซ็นของใคร มันเป็นแค่ป้ายที่ทำหน้าที่บอกทาง คนหลายล้านคนเดินผ่านมันทุกวันโดยไม่เคยหยุดมอง จนวันหนึ่งมีนักออกแบบคนหนึ่งหยุด

ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ขนาดใหญ่บนอาคารในนิวยอร์ก บรรยากาศแบบเดียวกับต้นทางของฟอนต์ Gotham

คนคนนั้นคือ Tobias Frere-Jones ราวปี 2000 นิตยสาร GQ มาหาเขาพร้อมโจทย์ นิตยสารอยากได้ตัวอักษรไร้เชิงที่มีโครงสร้างแบบเรขาคณิต ดูแมน ดูใหม่ และดูสดชื่น สิ่งที่ Frere-Jones ทำไม่ใช่การนั่งวาดจากศูนย์ แต่คือการออกไปเดินดูตัวอักษรที่มีอยู่แล้วตามอาคารในเมือง ฟอนต์นี้ปล่อยออกมาในชื่อ Gotham ผ่านโรงหล่อ Hoefler & Frere-Jones ในปี 2002

จุดตั้งต้นของทั้งชุดคือป้ายที่ Port Authority Bus Terminal นั่นเอง เมื่อเขาต้องการตัวอักษรอื่นๆ มาเติมให้ครบชุด เขาไปดูหน้าตาของอาคารสำนักงานย่านมิดทาวน์ ตัวอักษรที่ติดอยู่บนตึกเหล่านั้นถูกทำขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ยี่สิบ โดยช่างที่ไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังออกแบบฟอนต์ พวกเขาแค่ทำป้ายให้อ่านง่ายและอยู่ทน

ทางเข้าอาคาร MetLife ย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน อาคารสำนักงานแบบที่เป็นแหล่งอ้างอิงของ Gotham

ตรงนี้คือสิ่งที่ทำให้ Gotham ต่างจากฟอนต์เรขาคณิตตัวอื่น มันไม่ได้เกิดจากทฤษฎีเรื่องวงกลมกับเส้นตรงในสตูดิโอ แต่เกิดจากตัวอักษรที่คนธรรมดาทำขึ้นเพื่อใช้งานจริง Frere-Jones เคยเรียกมันในทำนองว่าเป็นตัวอักษรของชนชั้นแรงงาน มันจึงมีความมั่นคง ไม่ดัดจริต และไม่พยายามดูฉลาดเกินหน้าที่ของตัวเอง

ป้ายตัวอักษรบนอาคารในแมนฮัตตัน ตัวอย่างงานป้ายสถาปัตยกรรมของนิวยอร์ก

ถ้าลองมองตัว G หรือตัว O ของ Gotham จะเห็นว่ามันกลมแบบมีระเบียบ แต่ไม่ได้กลมจนดูเป็นของเล่น ตัวอักษรกว้างพอที่จะดูใจกว้าง เส้นหนาสม่ำเสมอพอที่จะดูหนักแน่น มันเป็นความเรียบที่คิดมาแล้ว ไม่ใช่ความเรียบที่ขี้เกียจ และนั่นคือเหตุผลที่มันวางบนอะไรก็ดูน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นปกนิตยสาร ป้ายร้าน หรือหน้าเว็บ

ป้ายตัวอักษรและตัวเลขบนผนังอาคารในนิวยอร์ก งานป้ายเรียบแบบเรขาคณิต

Gotham ปรากฏตัวครั้งแรกในหน้านิตยสาร GQ ปี 2001 แต่ช่วงเวลาที่ทำให้คนทั้งโลกจำมันได้คือปี 2008 เมื่อแคมเปญหาเสียงประธานาธิบดีของ Barack Obama เลือกใช้มันเป็นตัวอักษรหลัก คำว่า change และ hope ถูกวางด้วย Gotham ตัวอักษรที่เกิดจากป้ายอาคารของคนทำงานจึงกลายเป็นเสียงของแคมเปญที่พูดกับคนทำงานพอดี ความรู้สึกที่มันให้ไม่ใช่ความหรูหรา แต่คือความจริงใจและความเข้าถึงได้

หลังจากนั้น Gotham ก็อยู่ทุกที่จริงๆ มันถูกใช้บนศิลาฤกษ์ของตึก One World Trade Center และเข้าไปอยู่ในคอลเลกชันถาวรของพิพิธภัณฑ์ MoMA ที่นิวยอร์ก การที่ฟอนต์หนึ่งตัวเดินทางจากป้ายบนผนังสถานีขนส่ง ไปจนถึงกำแพงของอาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับที่มาของงานออกแบบที่ดี

ตัวอักษรบนยอดอาคารสูงในนิวยอร์กตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า

เรื่องของ Gotham ชวนให้นึกถึงฟอนต์อีกตัวที่ผูกกับนิวยอร์กเหมือนกัน คือ Helvetica ที่กลายเป็นเสียงของรถไฟใต้ดิน ทั้งสองตัวเป็นตัวอักษรที่คนเมืองเห็นทุกวันจนไม่ทันสังเกต แต่ท่าทีของมันต่างกัน Helvetica พยายามเป็นกลางจนแทบไม่มีความเห็น ส่วน Gotham มีบุคลิกของถิ่นที่มันเกิด มันไม่ได้พยายามหายไป มันแค่ไม่ตะโกน

สิ่งที่น่าคิดคือตัวอักษรบนป้ายเหล่านั้นอยู่ตรงนั้นมานานหลายสิบปี ไม่มีใครคิดว่ามันคืองานออกแบบ จนมีคนหนึ่งมองมันด้วยสายตาที่ต่างออกไป บางที งานออกแบบที่ดีที่สุดอาจไม่ได้เริ่มจากการสร้างของใหม่ แต่เริ่มจากการเห็นค่าของสิ่งที่คนอื่นเดินผ่านไปเฉยๆ

อ้างอิง: Jonathan Hoefler, Frere-Jones Type, Fonts In Use

Photo credit: Nik Shuliahin, Zoshua Colah, Diane Picchiottino, Jon Tyson / Unsplash (ภาพประกอบบรรยากาศตัวอักษรบนอาคารในนิวยอร์ก)


ของชิ้นนี้จากร้าน Portjolio

Daydream Ring house แหวนแฮนด์เมดรูปบ้าน

Daydream Ring house แหวนทำมือรูปบ้านหลังเล็ก ฟอร์มเรียบง่ายแบบเดียวกับตัวอักษรบนป้ายอาคารที่เป็นต้นทางของ Gotham เรื่องราวของสถาปัตยกรรมย่อลงมาให้พกติดตัวได้

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด