คนที่เคยเดินในสถานีรถไฟใต้ดินลอนดอน อาจไม่เคยสังเกตตัวอักษรบนป้ายบอกทางเลย นั่นคือสิ่งที่คนออกแบบมันตั้งใจให้เป็น ตัวอักษรที่อ่านง่ายจนแทบมองไม่เห็นตัวมันเอง ป้ายชื่อสถานี ป้ายทางออก วงกลมสีแดงที่มีคำว่า Underground พาดกลาง ทั้งหมดใช้ตัวอักษรชุดเดียวกันมาตั้งแต่ปี 1916 มันชื่อ Johnston และหลายคนเรียกมันว่าลายมือของลอนดอน

เรื่องเริ่มในปี 1913 เมื่อ Frank Pick ผู้บริหารของบริษัทรถไฟใต้ดินลอนดอน ต้องการสร้างภาพจำที่ชัดเจนให้ระบบขนส่ง เขาไปหา Edward Johnston นักเขียนอักษรวิจิตรที่ไม่เคยออกแบบฟอนต์มาก่อน และมอบโจทย์ที่ฟังดูเรียบง่ายแต่ยาก คือตัวอักษรที่ทันสมัย อ่านชัดในระยะไกล และดูเป็นของสาธารณะ ไม่ใช่ของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งจนเกินไป
Johnston เป็นนักเขียนอักษรด้วยมือ ไม่ใช่ช่างแกะตัวพิมพ์ เขาจึงร่างตัวอักษรทั้งชุดขึ้นมาด้วยมือเอง ชุดตัวพิมพ์ใหญ่ชุดแรกส่งมอบในเดือนมิถุนายนปี 1916 ตามด้วยตัวพิมพ์เล็กและตัวเลขในเดือนถัดมา สิ่งที่เขาทำต่างจากฟอนต์ยุคนั้น คือเขานำสัดส่วนของตัวอักษรโรมันโบราณมาเป็นโครงสร้าง ทำให้ตัวอักษรที่ดูเรียบและทันสมัยนี้ มีรากที่หยั่งลึกอยู่ในประวัติศาสตร์การเขียนตัวอักษร ความสัมพันธ์กับตัวพิมพ์ใหญ่แบบโรมันนี้ ทำให้ Johnston มีเครือญาติกับฟอนต์อย่างตัวอักษรโรมันบนเสา Trajanที่คนวาดตัวอักษรยกให้เป็นต้นแบบ

จุดที่คนออกแบบตัวอักษรชอบชี้ให้ดู คือตัวอักษร O ที่เป็นวงกลมเกือบสมบูรณ์ และจุดเหนือตัว i กับ j ที่ไม่ได้เป็นวงกลม แต่เป็นสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดวางเอียง รายละเอียดเล็กๆ นี้กลายเป็นลายเซ็นของ Johnston ที่ทำให้แยกมันออกจากฟอนต์ไร้เชิงตัวอื่นได้ทันที มันเป็นความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่ดูธรรมดา และคนส่วนใหญ่ก็เดินผ่านมันไปทุกวันโดยไม่ทันคิด

สิ่งที่ทำให้ Johnston พิเศษ ไม่ใช่แค่รูปร่างของมัน แต่เป็นความตั้งใจของ Johnston ที่จะให้ตัวอักษรนี้เงียบและธรรมดา เป็นส่วนหนึ่งของฉากหลังที่คงเส้นคงวา ไม่ใช่สิ่งที่เรียกร้องความสนใจในแต่ละหน้า ในเวลาที่โปสเตอร์และป้ายโฆษณาส่วนใหญ่พยายามตะโกน Johnston เลือกที่จะพูดเบา และนั่นกลับทำให้มันอยู่รอดข้ามศตวรรษ

Johnston กลายเป็นฟอนต์ประจำองค์กรของระบบขนส่งลอนดอนตั้งแต่ปี 1916 และยังใช้ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างการทำแบรนด์ด้วยตัวอักษรที่ยาวนานที่สุดในโลก ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 Eiichi Kono นักออกแบบชาวญี่ปุ่น ได้ปรับปรุงมันขึ้นใหม่ในชื่อ New Johnston เพื่อให้เหมาะกับการพิมพ์ยุคใหม่ และในปี 2016 ระบบขนส่งลอนดอนก็เปิดตัว Johnston100 เวอร์ชันดิจิทัลที่ฟื้นรายละเอียดบางอย่างจากต้นฉบับกลับมา

เรื่องที่มักถูกเล่าต่อ คือ Johnston เป็นครูของ Eric Gill ผู้ออกแบบฟอนต์ Gill Sans ในเวลาต่อมา หลายคนมองว่า Gill Sans คือลูกหลานของ Johnston ที่ออกไปมีชีวิตของตัวเองในโลกการพิมพ์ทั่วไป ในขณะที่ Johnston ยังคงผูกติดอยู่กับลอนดอน เป็นตัวอักษรที่แทบไม่มีใครใช้นอกระบบขนส่งของเมืองนี้ และนั่นทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของลอนดอนโดยไม่ได้ตั้งใจ

ร้อยกว่าปีผ่านไป ตัวอักษรที่ Johnston วาดด้วยมือในห้องทำงานเล็กๆ ยังทำหน้าที่บอกทางให้คนหลายล้านคนในแต่ละวัน โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ชื่อของมัน บางทีนั่นอาจเป็นความสำเร็จสูงสุดของงานออกแบบตัวอักษร คือการทำงานหนักโดยไม่ต้องให้ใครมองเห็น เมื่อตัวอักษรทำหน้าที่ของมันได้ดีจนเรามองไม่เห็นมันอีกต่อไป มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองไปแล้วจริงๆ
ชวนดูของในร้าน Portjolio

Postcard Sunflower by Naive Flora เป็นงานที่วาดด้วยมือเช่นกัน คล้ายกับที่ Johnston เริ่มต้นตัวอักษรของเขาด้วยการวาดทีละตัว เส้นที่มาจากมือคนยังมีบางอย่างที่เครื่องพิมพ์เลียนแบบได้ไม่หมด
Photo credit: Humphrey M, Bruno Martins, Will H McMahan, Zouukk, Kyle Bushnell และ Jude Mack ผ่าน Unsplash
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด