ลองนึกภาพผ้าทอขนาดยักษ์สูงแปดเมตร แขวนห้อยลงมาจากเพดานแกลเลอรีเหมือนน้ำตกที่ทำจากด้าย — สีสันฉูดฉาดแบบป้ายโฆษณา แต่เต็มไปด้วยลวดลายที่หยิบยืมมาจากวัฒนธรรมบอร์เนียวโบราณ ตัวอักษรจีน ภาพนกเงือก และสัตว์ในตำนานพื้นบ้าน ถ้าเดินผ่านผลงานของ Marcos Kueh คุณอาจรู้สึกเหมือนหลงเข้าไปในป่าฝนเขตร้อน — แต่แทนที่จะเป็นใบไม้และต้นไม้ สิ่งที่ห้อมล้อมคุณคือ ‘ป้ายโฆษณาทอมือ’ ที่ตั้งคำถามว่า — จะเป็นอย่างไรถ้าบอร์เนียว ไม่ใช่นิวยอร์ก เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมของโลก?

Kenyalang Circus — นิทรรศการผลงานสิ่งทอของ Marcos Kueh / ภาพจาก Tatler Asia
Kenyalang Circus — นิทรรศการผลงานสิ่งทอของ Marcos Kueh / ภาพจาก Tatler Asia

สิ่งทอในฐานะเครื่องมือเล่าเรื่อง

Marcos Kueh เกิดปี 1995 ที่ Sarawak รัฐบนเกาะบอร์เนียวฝั่งมาเลเซีย ปัจจุบันใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ พื้นฐานของเขาคือกราฟิกดีไซน์และโฆษณา — ไม่ใช่ศิลปะสิ่งทอ แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาเข้าเรียนที่ Royal Academy of Art (KABK) กรุงเฮก และได้สัมผัสกับเครื่องทอผ้าเป็นครั้งแรก

สิ่งที่ทำให้วิธีคิดของ Kueh น่าสนใจคือเขาไม่ได้มองสิ่งทอเป็นแค่ ‘งานฝีมือ’ หรือ ‘ศิลปะประยุกต์’ แต่มองว่ามันคือสื่อสำหรับเล่าเรื่อง — เหมือนกับที่บรรพบุรุษชาวบอร์เนียวใช้ผ้าทอบันทึกเรื่องราวก่อนที่จะมีปากกาและกระดาษ ในฐานะช่างทอร่วมสมัย เขาเห็นงานของตัวเองเป็นส่วนต่อขยายของมรดกนั้น — เป็นการคาดเดาว่าเรื่องเล่าแบบไหนที่เขาอยากทิ้งไว้ให้คนรุ่นเดียวกันและรุ่นถัดไป

เมื่อเขาเริ่มทำงานกับเครื่องทอจริง ๆ สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่เทคนิค แต่เป็นมุมมองต่อ ‘ความซับซ้อน’ ของงานฝีมือพื้นบ้าน — การคำนวณแรงตึงของเส้นด้าย การออกแบบลวดลาย การเข้าใจสีย้อมเคมี ทุกอย่างต้องใช้ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมาก ทำให้เขาตระหนักว่าคนจากหมู่บ้านในบอร์เนียวไม่ได้ ‘ดั้งเดิม’ อย่างที่โลกภายนอกเคยตีตรา — ระบบที่พวกเขาสร้างขึ้นมานั้นซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ

รายละเอียดผลงานสิ่งทอ — Marcos Kueh / ภาพจาก Tatler Asia
รายละเอียดผลงานสิ่งทอ — Marcos Kueh / ภาพจาก Tatler Asia

Kenyalang Circus — คณะละครสัตว์นกเงือก

โปรเจกต์สำคัญที่สุดของ Kueh คือ Kenyalang Circus — ชื่อที่มาจากคำว่า ‘Kenyalang’ ซึ่งแปลว่า ‘นกเงือก’ ในภาษามลายู โปรเจกต์นี้ใช้เวลาพัฒนาถึงหกปี เริ่มจากคอลลาจดิจิทัลสำหรับ Malaysia Design Archive ก่อนจะกลายเป็นซีรีส์ผ้าทออุตสาหกรรมที่มีตั้งแต่ขนาด ‘โปสการ์ด’ ไปจนถึง ‘ป้ายบิลบอร์ด’ สูงแปดเมตย

ทุกชิ้นงานถูกวางแผนอย่างละเอียดก่อนเริ่มทอ Kueh ผสมผสานโมทีฟและสัญลักษณ์เฉพาะของวัฒนธรรม Sarawak เข้ากับเทคนิคทอมือที่นำมาใช้กับเครื่องทออุตสาหกรรม พร้อมแทรกข้อความที่สะท้อนปัญหาของ Sarawak ร่วมสมัย — ไม่ว่าจะเป็นการกร่อนตัวของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม การถูกทำให้กลายเป็นสิ่งแปลกใหม่เพื่อการท่องเที่ยว หรือผลกระทบของทุนนิยมต่องานหัตถกรรมดั้งเดิม

ชิ้นงานหนึ่งที่โดดเด่นคือ Domesticana Fantastica ที่พูดถึงความจริงของชาว Sarawak จำนวนมากที่ต้องทำงานเป็นแรงงานในบ้าน — เป็นเรื่องที่คนมาเลเซียด้วยกันเองยังไม่ค่อยเข้าใจ อีกชิ้นคือ Kenyalang Circus: Reconciliation ที่แสดงใน Manifesta 15 ภายในโบสถ์ศตวรรษที่ 17 ในบาร์เซโลนา เป็นผลงานที่ถูกแบ่งครึ่งตรงกลาง สะท้อนการต่อรองภายในของคนจากประเทศอดีตอาณานิคม — การฉีกระหว่างการยอมรับกับการปฏิเสธ ความรู้สึกไม่สมบูรณ์

ผลงาน Marcos Kueh จัดแสดงที่ The Backroom Gallery / ภาพจาก Tatler Asia
ผลงาน Marcos Kueh จัดแสดงที่ The Backroom Gallery / ภาพจาก Tatler Asia

ไม่ใช่การตะโกน แต่เป็นการเชื้อเชิญ

สิ่งที่ทำให้ Kueh ต่างจากศิลปินหลายคนที่พูดเรื่อง decolonisation คือน้ำเสียง เขาเลือกจะไม่ระเบิดอารมณ์หรือ shock คนดู แต่ใช้ ‘ความเป็นเจ้าบ้าน’ (hospitality) เป็นกรอบในการทำงาน — เขาคิดเสมอว่ากำลัง ‘ต้อนรับ’ ใครเข้ามาในบทสนทนานี้ และจะใช้ภาษาอย่างไรให้คนจากวัฒนธรรมที่ต่างกันรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่ง

มีอารมณ์ขันและความสนุกแฝงอยู่ในงานของเขาเสมอ — สีฉูดฉาดแบบป้ายโฆษณา ชื่อที่ชวนคิดอย่าง ‘คณะละครสัตว์นกเงือก’ ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในงานวัดเทศกาลมากกว่านิทรรศการ academic ตรงนี้เองที่พื้นฐานด้านโฆษณาของเขาเข้ามามีบทบาท — เขาเข้าใจว่าการสื่อสารที่ดีไม่ใช่การยัดข้อมูลใส่คนดู แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้คนอยากรู้มากขึ้นด้วยตัวเอง

เหตุผลที่เขาเลือกแขวนผลงานสูงเหนือระดับสายตาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน — ในพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง งานศิลปะจากวัฒนธรรมอาณานิคมมักถูกจัดแสดงในระดับสายตาหรือต่ำกว่า ราวกับเป็นของแปลกให้ชม การแขวนผลงานให้สูงเหนือหัว ให้คนต้องแหงนมอง เป็นการกลับทิศของอำนาจอย่างแนบเนียน — และยังสอดคล้องกับตำนานบอร์เนียวที่เชื่อว่าบรรพบุรุษลงมาเยือนคนที่ยังมีชีวิตผ่านน้ำตก

ทำไม Portjolio ถึงเลือกเขียนถึง Marcos Kueh

ในยุคที่วงการศิลปะร่วมสมัยเต็มไปด้วยการพูดเรื่อง identity politics และ decolonisation จนบางทีกลายเป็นสูตรสำเร็จ Kueh ทำให้หัวข้อเหล่านี้รู้สึกจริงใจและเข้าถึงได้ — ส่วนหนึ่งเพราะเขาไม่ได้แค่ ‘พูดถึง’ ปัญหา แต่เขา ‘ทอ’ มันออกมาจริง ๆ ด้วยมือ ด้วยเครื่องจักร ด้วยเส้นด้ายที่ต้องคำนวณทุกเส้น

ในวัย 31 ปี ผลงานของเขาอยู่ในคอลเลกชันของ Stedelijk Museum Amsterdam และ Museum Voorlinden แสดงงานที่ Manifesta 15 Barcelona และ Art Rotterdam ได้รับรางวัล Ron Mandos Young Blood Award และ Dutch Design Awards Young Designer of the Year — แต่สิ่งที่น่าจับตามองกว่ารางวัลคือวิธีที่เขาพิสูจน์ว่างานฝีมือจากมุมโลกที่คนมักมองข้ามนั้นสามารถยืนอยู่ตรงกลางของวงการศิลปะร่วมสมัยระดับสากลได้อย่างสง่างาม

ติดตามผลงานของ Marcos Kueh ได้ที่ Instagram @marcoslah | Galerie Ron Mandos | Behance

เครดิตภาพ: ผลงานของ Marcos Kueh / ภาพจาก Tatler Asia, ถ่ายโดย Daniel Adams

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio — ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด