ในเรียงความบางเล่มหนึ่งเมื่อเกือบร้อยปีก่อน นักเขียนญี่ปุ่นชื่อ จุนอิจิโร ทานิซากิ เขียนถึงห้องที่แสงสลัว เขาบอกว่าความงามของเครื่องเขินไม่ได้อยู่ที่ความวาว แต่อยู่ที่วิธีที่มันจับแสงเพียงเล็กน้อยในมุมมืด ยิ่งห้องมืดลง ทองบนลายยิ่งดูมีชีวิต
ประโยคเหล่านั้นกลับมาเป็นจุดตั้งต้นของโคมไฟชุดหนึ่ง โคมไฟ Numbra คืองานชิ้นแรกที่ Teruhiro Yanagihara นักออกแบบชาวญี่ปุ่น ทำร่วมกับ andTradition แบรนด์จากเดนมาร์ก และมันเริ่มต้นจากคำถามที่กลับด้านกับโคมไฟทั่วไป คือจะออกแบบเงาอย่างไร ไม่ใช่จะออกแบบแสงอย่างไร

ชื่อ Numbra มาจากคำว่า penumbra ซึ่งหมายถึงเงาอ่อนที่ล้อมรอบเงาเข้มตรงกลาง อย่างที่เห็นได้ตอนเกิดสุริยุปราคา เป็นบริเวณที่แสงกับความมืดไม่ได้แยกกันเด็ดขาด แต่ค่อยๆ ไล่เข้าหากันจนบอกไม่ได้ว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน Yanagihara สนใจช่วงคาบเกี่ยวนั้น มากกว่าตัวแสงหรือตัวเงาเอง
รูปทรงของ Numbra เป็นเส้นตรงเรียบง่าย เขาเล่าว่ามันเริ่มจากความสนใจในเส้นตรงที่ประกอบขึ้นเป็นสิ่งก่อสร้างรอบตัว ประตู หน้าต่าง คาน เสา สิ่งที่เราเดินผ่านทุกวันจนไม่ทันมอง เมื่อแสงมากระทบเส้นตรงเหล่านั้น เงาที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่นิยาม Numbra ไม่ใช่ตัวโคมเอง

วัสดุถูกเลือกให้เข้ากับความคิดนี้ แผงไม้โอ๊กเคลือบแล็กเกอร์ทำงานร่วมกับตัวยึดอะลูมิเนียมแบบขัดผิว ผลที่ได้ไม่ใช่โคมที่ส่องสว่างจ้าทั่วห้อง แต่เป็นแสงที่นุ่มและมีทิศทาง เหมือนตั้งใจจะทิ้งบางส่วนของห้องไว้ในความมืดมากกว่าจะไล่ความมืดออกไปให้หมด
Yanagihara อธิบายว่า Numbra สร้างขึ้นตามความรู้สึกทางสุนทรียะแบบญี่ปุ่น ที่ให้ค่ากับการรู้สึกถึงตัวแสง มากกว่าการใช้แสงเพื่อส่องให้เห็นของ ความต่างเล็กๆ ตรงนี้เปลี่ยนบทบาทของโคมไฟทั้งชิ้น จากอุปกรณ์ที่มีหน้าที่ให้ความสว่าง กลายเป็นวัตถุที่กำหนดบรรยากาศของพื้นที่

Yanagihara ไม่ใช่ชื่อใหม่สำหรับคนที่ตามงานดีไซน์ญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้เขาเคยตีความสีดำและเสียงผ่านโปรเจกต์ Abel Black ที่พูดถึงความเข้มของสีในแบบเดียวกับที่ Numbra พูดถึงความเข้มของเงา ทั้งสองงานมีท่าทีเดียวกัน คือไม่รีบร้อนจะประกาศตัว แต่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในพื้นที่

Numbra มีสองแบบ แบบแขวนสำหรับห้อยกระเปาะ และแบบพกพาที่ย่อภาษาการออกแบบเดียวกันลงมาเป็นวัตถุขนาดเล็กที่หยิบย้ายได้ ตัวพกพาปรับแสงได้สามระดับ และอยู่ได้ราวสิบชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จุดที่น่าสังเกตคือมันไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นไฟฉุกเฉินหรือไฟอ่านหนังสือ แต่เป็นแสงเล็กๆ ที่ยกไปวางตรงไหนก็เปลี่ยนอารมณ์ของมุมนั้นได้

มีประโยคหนึ่งของ Yanagihara ที่ติดอยู่ในหัว เขาเปรียบ Numbra กับแจกันที่ยังงามแม้ไม่มีดอกไม้ปักอยู่ นั่นหมายความว่าโคมไฟนี้ไม่จำเป็นต้องเปิดถึงจะทำงาน แม้ตอนที่มันดับสนิท รูปทรงและวัสดุของมันก็ยังทำหน้าที่อยู่ในห้อง เป็นวัตถุที่มีตัวตนของตัวเอง ไม่ได้รอให้กระแสไฟมาปลุก

เราคุ้นกับการวัดคุณค่าของโคมไฟด้วยความสว่าง ยิ่งสว่างยิ่งดี ยิ่งส่องได้ทั่วยิ่งคุ้ม Numbra ตั้งคำถามกลับเงียบๆ ว่าถ้าปล่อยให้บางส่วนของห้องมืดไว้บ้าง เราจะเห็นอะไรที่แสงจ้าเคยกลบไว้หรือเปล่า
ชวนดูของในร้าน Portjolio

พอ Yanagihara เปรียบโคมไฟกับแจกันที่งามแม้ไม่มีดอกไม้ ก็นึกถึงโปสการ์ด Tulipa ลายดอกไม้วาดมือจาก Naive Flora ของชิ้นเล็กที่วางไว้ในมุมสงบใต้แสงนุ่มๆ แล้วทำให้ทั้งมุมนั้นมีเรื่องเล่าขึ้นมา
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด
Photo credit: &Tradition / Teruhiro Yanagihara