ต้นเดือนกรกฎาคมของทุกปี เมืองเล็กทางใต้ของฝรั่งเศสจะค่อยๆ เปลี่ยนหน้าตา โบสถ์เก่า โกดังหิน และลานโรงพยาบาลที่เคยเงียบ กลับมีภาพถ่ายแขวนเต็มผนัง คนเดินช้าลง มองนานขึ้น เมืองชื่ออาร์ล (Arles) กลายเป็นที่ที่คนเดินทางมาเพื่อดูภาพ ไม่ใช่มาเพื่อผ่าน

เมืองอาร์ลทางใต้ของฝรั่งเศส ฉากหลังเป็นหอ LUMA Arles ที่เป็นหมุดหมายของเทศกาลภาพถ่าย

Les Rencontres d’Arles คือเทศกาลภาพถ่ายที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1970 รอบปีนี้เปิดวันที่ 6 กรกฎาคมและอยู่ยาวไปจนถึง 4 ตุลาคม 2026 ภายใต้ชื่อธีม “Des mondes à relire” ที่แปลได้ประมาณว่า “โลกที่ต้องอ่านใหม่” คำว่าอ่านใหม่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการอ่านตัวหนังสือ แต่คือการกลับไปมองภาพเก่า เรื่องเก่า และประวัติศาสตร์ที่เคยถูกเล่าอย่างง่ายเกินไป

โปรแกรมทั้งหมดถูกจัดเป็นห้าส่วน ตั้งแต่งานที่เน้นการแสดงออก การทดลอง ไปจนถึงส่วนของช่างภาพหน้าใหม่ และส่วนที่ว่าด้วยการกลับไปทบทวน ปีนี้เทศกาลให้พื้นที่กับทวีปแอฟริกาเป็นพิเศษ ทั้งกานา โกตดิวัวร์ คองโก และแอฟริกาใต้ โปสเตอร์ประจำปีทำโดย Carlos Idun-Tawiah ช่างภาพจากกานา ซึ่งเป็นการวางจุดตั้งต้นไว้ชัดเจนว่าปีนี้จะมองภาพจากมุมไหน

ถนนแคบในเมืองเก่าอาร์ล มีร่มกางอยู่กลางทาง

ในบรรดางานที่คนพูดถึงมากรอบนี้ มีนิทรรศการย้อนหลังของ William Klein ที่ Museon Arlaten ช่างภาพผู้ทำให้ภาพถนนดูดิบและใกล้จนแทบอึดอัด และมีการแสดงเดี่ยวครั้งแรกในฝรั่งเศสของ Paul Kodjo ช่างภาพชาวไอวอรี ในชื่อ Photoromance งานของ Kodjo บันทึกชีวิตในอาบีจานช่วงหลังได้รับเอกราช เป็นภาพที่คนนอกทวีปไม่ค่อยได้เห็น การนำมาวางในเทศกาลระดับนี้จึงเท่ากับการเลื่อนสายตาของคนดูไปอีกทาง

สิ่งที่ทำให้อาร์ลต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปคือภาพไม่ได้อยู่ในห้องขาวปรับอากาศ แต่อยู่ในพื้นที่ที่มีร่องรอยของเวลา ผนังหินเก่า เพดานสูง แสงที่ลอดเข้ามาไม่เท่ากันในแต่ละห้อง การเดินจากจุดหนึ่งไปอีกจุดต้องผ่านถนน แดด และเงาของเมืองจริง จังหวะการดูภาพจึงช้าลงเองโดยไม่ต้องมีใครบังคับ

ผู้ชมยืนดูภาพถ่ายที่ใส่กรอบแขวนบนผนังแกลเลอรี

ธีม “อ่านใหม่” ของปีนี้แตะเรื่องที่ภาพถ่ายเลี่ยงยาก ภาพถูกใช้เป็นหลักฐานมานาน เราเคยเชื่อว่ากล้องบอกความจริง แต่จริงๆ แล้วคนถ่ายเป็นคนเลือกกรอบ เลือกวินาที เลือกว่าจะเก็บใครไว้ในภาพและตัดใครออกไป การให้พื้นที่กับช่างภาพแอฟริกันที่เคยถูกมองข้าม จึงเป็นการอ่านประวัติศาสตร์ของภาพถ่ายใหม่ ว่าที่ผ่านมาใครเป็นคนถือกล้อง และใครที่ถูกถ่ายอยู่ฝ่ายเดียวเสมอ

มือถือฟิล์มเนกาทีฟขึ้นส่องแสงเทียบกับผนัง

อีกสิ่งที่สังเกตได้จากเทศกาลแบบนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างคนกับเวลาในการดู ในวันที่ภาพถูกผลิตวินาทีละหลายล้านใบและเลื่อนผ่านตาไปโดยไม่ทันจำ การยืนดูภาพหนึ่งใบนานหลายนาที หรือการยกฟิล์มหนึ่งเฟรมขึ้นส่องแสง กลายเป็นการกระทำที่ตั้งใจ ไม่ต่างจากที่ ภาพถนนที่ดี ไม่เคยวัดกันแค่ความคมหรือความสวย แต่วัดกันที่สายตาของคนกดชัตเตอร์

พื้นที่จัดแสดงภาพถ่ายบริเวณ Parc des Ateliers ของ LUMA Arles

เมื่อถึงต้นเดือนตุลาคม ภาพทั้งหมดจะถูกถอดลง ผนังหินกลับไปว่างเปล่า และเมืองอาร์ลก็กลับไปเงียบเหมือนเดิม สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่ภาพที่แขวนอยู่ตรงนั้น แต่คือนิสัยการมองที่ช้าลงของคนที่เดินผ่านมันมา และคำถามที่ค้างไว้ว่า ภาพที่เราเห็นทุกวันนี้ ยังมีอีกกี่เรื่องที่รอให้อ่านใหม่


ของชิ้นนี้จากร้าน Portjolio

Daily Eyes Postcard No.5

Daily Eyes Postcard No.5 โปสต์การ์ดภาพถ่ายใบเล็กที่ให้เก็บภาพหนึ่งเฟรมไว้บนโต๊ะ เป็นวิธีมองภาพช้าๆ ในแบบที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงอาร์ล

Photo credit: Baptiste Buisson, Lucas Calloch, Linh Nguyen, Etienne Girardet, Tsimur Asayonak / Unsplash

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด