มีคนยืนอยู่ริมหน้าผา ลมพัดถุงพลาสติกใบหนึ่งลอยผ่านหน้าไป สีในภาพสดใสเหมือนโฆษณาขนม ฟ้าใส แดดอุ่น แต่ยิ่งมองนานก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ในความสวยงามนั้น ภาพชื่อ Plastic Wind และมันคือวิธีที่ Sour Soda Studio ชอบเล่าเรื่อง

Sour Soda Studio เลือกที่จะไม่เปิดเผยชื่อจริง บอกเพียงว่าเบื้องหลังคือคนที่ทำงานภาพประกอบมาแล้วราวสองทศวรรษ การตั้งสตูดิโอใหม่ในชื่อนี้ไม่ได้เกิดจากการอยากเปลี่ยนสไตล์ แต่มาจากความต้องการพูดสิ่งที่ต่างออกไป ด้วยเสียงที่ต่างออกไป การซ่อนตัวตนจึงไม่ใช่ลูกเล่น แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้พูดอย่างอิสระ

เสียงที่ว่านั้นพูดถึงสิ่งเดียวกันเกือบทุกครั้ง นั่นคือความสัมพันธ์ที่ผิดเพี้ยนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ในภาพ Green North กลุ่มคนกำลังเต้นรำอย่างสนุกสนานรอบหมีขั้วโลกตัวหนึ่ง ที่ยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งซึ่งกำลังละลาย ทุกคนดูมีความสุข ไม่มีใครสังเกตว่าพื้นใต้เท้ากำลังหายไป
นี่คือลายมือที่ชัดเจนของสตูดิโอ การวางความรื่นเริงไว้ข้างหายนะ แล้วปล่อยให้สองสิ่งนี้ขัดกันเองในเฟรมเดียว ความตลกร้ายทำงานเงียบๆ ไม่มีการชี้นิ้วสั่งสอน คนดูต้องเดินเข้าไปหาความหมายเอง

ในชุดผลงาน The Siren’s Catch ตาข่ายขนาดใหญ่ถูกเครนยกขึ้นจากทะเล ข้างในไม่ใช่ปลา แต่เป็นผู้คน บทบาทของผู้ล่ากับเหยื่อถูกสลับกัน คนที่เคยจับปลากลายเป็นสิ่งที่ถูกจับเสียเอง วิธีคิดแบบกลับด้านนี้ปรากฏซ้ำในงานหลายชิ้น มันคือการตั้งคำถามว่า ถ้าวันหนึ่งธรรมชาติทวงคืน หน้าตาของมันจะเป็นอย่างไร
วิธีทำงานของสตูดิโอเริ่มจากการร่างความคิดลงบนกระดาษก่อน แล้วค่อยพัฒนาเป็นภาพเวกเตอร์บนไอแพด เมื่อทำซ้ำไปเรื่อยๆ มันค่อยๆ ก่อตัวเป็นสิ่งที่เจ้าตัวเรียกว่าตัวอักษรทางภาพ ชุดของรูปทรงเรียบง่าย สีเฉพาะตัว และร่างคนที่มักลอยอยู่กลางอากาศ ในภูมิทัศน์ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน งานแนวนี้ทำให้นึกถึงนักวาดที่เลือกใช้ภาษาภาพแบบจำกัดอย่าง Asahi Nagata ที่บอกว่าสามสีก็พอแล้ว

ภาพ Clearing เล่าเรื่องด้วยความนิ่งกว่าชิ้นอื่น บ้านหลังเล็กตั้งอยู่กลางผืนป่า ที่ถูกถางเป็นช่องสี่เหลี่ยมพอดีตัว ไม่มีฉากดราม่า ไม่มีไฟไหม้ มีเพียงรูปทรงเรขาคณิตของพื้นที่ว่างที่มนุษย์เจาะเข้าไปในธรรมชาติ ความสงบของมันกลับชวนอึดอัดมากกว่าภาพที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย

ไม่ใช่ทุกภาพที่หนักหน่วง บางชิ้นอย่าง Flower Huggers ปล่อยให้ความอ่อนโยนนำ คนตัวเล็กๆ เกาะอยู่ตามก้านดอกไม้ที่สูงใหญ่กว่าตัวมาก เหมือนกำลังพึ่งพิงสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในงานของสตูดิโอจึงไม่ได้มีแต่ความขัดแย้ง แต่ยังมีช่วงเวลาที่อ่อนไหวและพึ่งพากันอยู่ด้วย

สิ่งที่ทำให้งานของ Sour Soda Studio อยู่ในสายตาได้นาน ไม่ใช่เพราะมันสวยหรือเพราะประเด็นที่ใหญ่ แต่เพราะมันไม่รีบบอกคำตอบ ภาพแต่ละชิ้นวางความหวานกับความหายนะไว้ด้วยกัน แล้วปล่อยให้เรารู้สึกขัดแย้งในตัวเอง ว่าควรยิ้มหรือควรกังวล
บางที นั่นอาจเป็นความรู้สึกที่ตรงกับยุคนี้ที่สุด การมองโลกที่กำลังเปลี่ยนไป ด้วยสีสันที่ยังสดใสอยู่ และไม่แน่ใจว่าความสดใสนั้นคือความหวัง หรือเป็นเพียงเปลือกที่เราเลือกจะมองมันต่อไป
ติดตามผลงานของ Sour Soda Studio ได้ที่เว็บไซต์ soursodastudio.com และ Behance
ชวนดูของในร้าน Portjolio

Postcard “Tulipa” by Naive Flora Tattoo งานวาดดอกไม้ในแบบที่อ่อนโยนและจริงใจ อีกหนึ่งวิธีที่นักวาดมองธรรมชาติ ต่างอารมณ์กับงานของ Sour Soda Studio แต่พูดถึงสิ่งเดียวกัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด
Photo credit: Sour Soda Studio (via Colossal)