มีของชิ้นหนึ่งในบ้านที่แทบไม่มีใครเคยมองตรงๆ มันอยู่ตรงปลั๊กข้างเตียง หรือในทางเดินไปห้องน้ำตอนตีสาม เปิดทิ้งไว้ทั้งคืนแล้วลืมไปว่ามันอยู่ตรงนั้น ไฟกลางคืนคือวัตถุที่ทำงานในตอนที่เราหลับ และหายไปจากสายตาในตอนที่เราตื่น
ที่ทาวน์เฮาส์ย่าน West Village ในนิวยอร์ก ของชิ้นนี้ถูกหยิบขึ้นมาวางกลางแสง มีมากกว่า 130 ชิ้น เรียงอยู่ตามมุมห้อง บนหิ้ง ในซอกบันได ทั้งหมดคือไฟกลางคืน และไม่มีชิ้นไหนเหมือนกันเลย

นิทรรศการชื่อ DUDD LITE เกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่ม Dudd Haus จากฟิลาเดลเฟีย กับแกลเลอรี The Future Perfect เปิดให้ชมจนถึงวันที่ 26 มิถุนายน จุดเริ่มต้นคือการเปิดรับผลงานแบบ open call ที่มีคนส่งเข้ามาเกือบ 400 ชิ้น
กติกาเดียวคือแต่ละคนทำไฟกลางคืนได้คนละหนึ่งชิ้น ข้อจำกัดที่ฟังดูเล็ก กลับเปิดทางให้เห็นว่าคนทำงานแต่ละคนคิดกับวัตถุชิ้นเดียวกันต่างกันแค่ไหน บางคนเป็นนักออกแบบที่มีชื่ออย่าง Lindsey Adelman, Bethan Laura Wood, Martino Gamper บางคนเพิ่งเริ่มต้น แต่ทุกชิ้นถูกวางอยู่ในระดับสายตาเดียวกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อของใช้ธรรมดาถูกปลดจากหน้าที่ คือมันเริ่มพูดอย่างอื่น

ลองดูชิ้นของกลุ่ม Normalcy ที่ชื่อ Extension Cord Germination มันหยิบสิ่งที่น่าเบื่อที่สุดในบ้าน คือสายไฟต่อพ่วง แล้วทำให้ดูเหมือนมีอะไรงอกออกมาจากมัน วัตถุที่เราอยากซ่อนให้พ้นสายตา กลายเป็นต้นกำเนิดของแสง
ขยับไปอีกชิ้น Legs for Days ของ Chris Wolston เล่นกับรูปทรงของขา ทำให้ไฟกลางคืนมีท่าทาง มีร่างกาย ไม่ใช่แค่ก้อนแสงนิ่งๆ ส่วน Doom n’ Bloom ของ James Burial วางความมืดกับดอกไม้ไว้ในชื่อเดียวกัน เหมือนยอมรับว่ากลางคืนมีทั้งความกลัวและความสงบปนกัน
ชื่อผลงานหลายชิ้นเล่นคำกับช่วงเวลาก่อนนอน Goodnight Diva ของ Caroline Coco, All Night Sunset ของ Rebecca Odes, Oh, Thank Heaven ของ Stefanie Haining ชื่อเหล่านี้ไม่ได้อธิบายว่าของชิ้นนั้นทำอะไร แต่บอกว่ามันอยากให้เรารู้สึกอย่างไรตอนปิดไฟดวงใหญ่

วัสดุที่ใช้ก็กระจายออกไปไกล มีทั้งกระจกสี ไม้ เปลือกหอย เซรามิก และผ้าฝ้าย แต่ละพื้นผิวเปลี่ยนวิธีที่แสงลอดผ่าน กระจกสีให้แสงคม เปลือกหอยให้แสงนวล ผ้าให้แสงที่ดูอุ่นและฟุ้ง รายละเอียดเล็กตรงนี้คือสิ่งที่แยกของแต่ละชิ้นออกจากกัน มากกว่ารูปทรงที่เห็นตอนปิดไฟ
ที่จริงไฟกลางคืนเป็นวัตถุที่ถูกออกแบบมาให้ไม่เด่น หน้าที่ของมันคือให้แสงพอมองเห็นทาง โดยไม่รบกวนการนอน มันต้องเงียบ ต้องกลมกลืน ต้องไม่ดึงความสนใจ การเอาวัตถุที่ถูกสร้างมาเพื่อหลบสายตา มาตั้งให้คนยืนดู จึงเป็นการกลับด้านที่ละเอียดกว่าที่เห็น
มันชวนให้นึกถึงงานของคนทำงานกับแสงในสเกลใหญ่ เช่นที่เคยเห็นใน นิทรรศการของ Es Devlin ที่แสงไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่เป็นวัสดุของงานเอง ต่างกันแค่ว่าที่นี่สเกลหดลงมาอยู่ในฝ่ามือ
เมื่อของชิ้นเล็กถูกเปิดทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน มันกลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราเห็นก่อนหลับ และสิ่งแรกที่เห็นถ้าตื่นกลางดึก บางที่ความสำคัญของวัตถุไม่ได้อยู่ที่ขนาด แต่อยู่ที่ช่วงเวลาที่มันได้อยู่กับเรา และไฟดวงเล็กในมุมห้อง ก็ได้อยู่กับเราในช่วงที่เงียบที่สุดของวัน
Photo credit: ผลงานจากนิทรรศการ DUDD LITE โดย Caroline Coco, Rebecca Odes, Jean-Michel Gadoua, Ili.Ad, Stefanie Haining, Nino Chambers, Normalcy และ Chris Wolston, courtesy of The Future Perfect via Colossal
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด