ถ้าเอานิ้วลูบไปบนกระดาษที่พิมพ์ด้วยเลตเตอร์เพรส จะรู้สึกได้ถึงร่องเล็กๆ ตรงที่ตัวอักษรกดลงไป มันไม่ได้เรียบเสมอกันเหมือนงานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ทั่วไป ตัวอักษรแต่ละตัวจมลงในเนื้อกระดาษนิดหนึ่ง ทิ้งร่องรอยของแรงกดเอาไว้
ร่องรอยนั้นคือสิ่งที่บอกว่าครั้งหนึ่ง ตัวพิมพ์เคยเป็นวัตถุที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่รูปทรงบนจอ

ก่อนที่ตัวอักษรจะกลายเป็นไฟล์ที่ลากวางได้ในไม่กี่วินาที มันเคยเป็นก้อนโลหะและท่อนไม้ ช่างเรียงพิมพ์ต้องหยิบตัวอักษรทีละตัวจากช่องในลิ้นชักไม้ มาเรียงในรางที่เรียกว่า composing stick ประกอบเป็นคำ เป็นบรรทัด เป็นหน้า ด้วยมือ
ที่ยากกว่านั้นคือทุกอย่างต้องกลับด้าน ตัวอักษรบนแท่งพิมพ์เป็นภาพกระจก ช่างต้องอ่านย้อนหลังและเรียงกลับซ้ายเป็นขวา กว่าจะได้ข้อความหนึ่งหน้า เวลาผ่านไปนานกว่าที่เราจินตนาการ

ตัวพิมพ์ไม้ที่เห็นในภาพเหล่านี้ ส่วนใหญ่ใช้กับตัวอักษรขนาดใหญ่บนโปสเตอร์ เพราะโลหะขนาดใหญ่จะหนักและแพงเกินไป ไม้จึงเข้ามาแทน แต่ละตัวถูกกลึงและตัดด้วยมือ เมื่อใช้ไปนานๆ ขอบก็สึก หมึกก็ซึมเข้าเนื้อไม้ จนแต่ละตัวมีบุคลิกของมันเอง
เมื่อกลิ้งหมึกลงบนตัวอักษรแล้วกดกระดาษทับ สิ่งที่ได้ไม่เคยสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ บางตัวหมึกหนา บางตัวจาง ขอบบางด้านไม่คม ความไม่เท่ากันนี้เองที่คนทำงานยุคนี้กลับมาตามหา

ในเวลาที่ตัวอักษรบนจอคมกริบและเหมือนกันทุกครั้งที่พิมพ์ งานเลตเตอร์เพรสให้สิ่งตรงข้าม คือความไม่แน่นอนที่ควบคุมได้เพียงบางส่วน ช่างเลือกฟอนต์ เลือกกระดาษ เลือกแรงกด แต่สุดท้ายหมึกกับกระดาษก็มีเสียงของมันเอง
ก่อนที่ฟอนต์อย่าง Caslon จะกลายเป็นตัวเลือกในเมนู มันเคยเป็นตัวโลหะจริงที่ช่างต้องหยิบจับ การกลับไปทำงานแบบนี้จึงไม่ใช่แค่ความคิดถึงอดีต แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าตัวอักษรมีน้ำหนัก มีพื้นผิว และมีที่มา

หลายสตูดิโอทั่วโลกยังเก็บแท่นพิมพ์เก่าไว้ บางแห่งเปิดสอน บางแห่งรับพิมพ์การ์ดและโปสเตอร์จำนวนน้อย งานที่ออกมาช้าและแพงกว่าการพิมพ์ดิจิทัลมาก แต่คนที่มองหามันไม่ได้มองหาความเร็ว พวกเขามองหาบางอย่างที่จอให้ไม่ได้ นั่นคือร่องรอยของมือและแรงกดบนกระดาษ

การเรียงตัวอักษรทีละตัวยังสอนอีกอย่าง คือให้เห็นว่าช่องไฟระหว่างตัวอักษร และระยะห่างระหว่างบรรทัด ไม่ใช่ค่าอัตโนมัติ แต่เป็นสิ่งที่ต้องตัดสินใจด้วยการวางแผ่นโลหะบางๆ คั่นทีละนิด สิ่งที่โปรแกรมทำให้เราในวันนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นงานของนิ้วมือ

ตัวอักษรที่เราพิมพ์ทุกวันนี้ล้วนสืบเชื้อสายมาจากก้อนโลหะและท่อนไม้เหล่านั้น มันเบาขึ้น เร็วขึ้น และค่อยๆ หายไปจากมือเรา บางที การได้จับตัวอักษรที่มีน้ำหนักจริงสักครั้ง อาจทำให้เรามองคำที่พิมพ์ออกมาต่างไปจากเดิมอยู่บ้าง
Photo credit: Bruno Martins, Natalia Y., Nik, Kristian Strand, Curtis Thornton, Raphael Schaller / Unsplash
ของบนกระดาษที่เข้ากับเรื่องนี้

Daily Eyes Poster No.1 ภาพพิมพ์บนกระดาษ Art Matte ที่ให้เห็นว่างานพิมพ์บนเนื้อกระดาษยังมีเสน่ห์ในแบบที่จอทำไม่ได้ เข้ากับเรื่องของตัวพิมพ์และหมึกบนกระดาษ
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด