ลองมองมุมจอโทรทัศน์เครื่องเก่าสักเครื่อง มันไม่ใช่สี่เหลี่ยม และไม่ใช่วงรี

มันเป็นสี่เหลี่ยมที่ด้านค่อยๆ โก่งออก แล้วมุมถูกลบให้โค้งจนกลมกลืน รูปทรงนี้ไม่ได้เกิดจากรสนิยม แต่เกิดจากหลอดภาพ ซึ่งเป็นหลอดแก้วสุญญากาศที่ทนแรงดันได้ดีกว่าถ้าไม่มีมุมแหลม

โทรทัศน์จอ CRT เครื่องเก่าวางบนเก้าอี้ไม้ขาเรียว ฉากหลังเป็นวอลเปเปอร์ลายตารางสีส้ม

ที่เมืองตูรินในอิตาลี มีคนคนหนึ่งมองรูปทรงนั้นแล้วเอาไปวาดเป็นตัวอักษร

ฟอนต์ที่ได้ชื่อว่า Eurostile

เริ่มจากตัวพิมพ์ใหญ่ล้วน

เรื่องเริ่มก่อนหน้านั้นสิบปี ในปี 1952 Alessandro Butti และ Aldo Novarese ออกแบบฟอนต์ชื่อ Microgramma ให้โรงหล่อตัวพิมพ์ Nebiolo ที่ตูริน

ภาพระยะใกล้ของมุมจอโทรทัศน์ CRT ที่เป็นสี่เหลี่ยมมุมโค้ง ข้างกันมีแผงสไลด์ปรับภาพในตัวเรือนไม้

Microgramma มีแต่ตัวพิมพ์ใหญ่ ไม่มีตัวเล็กเลย ซึ่งฟังดูเหมือนข้อจำกัด แต่มันเหมาะกับงานที่มันไปอยู่พอดี คือป้ายกำกับ หัวข้อสั้นๆ และภาพประกอบทางเทคนิค

ตลอดยุคหกสิบ มันกลายเป็นตัวอักษรประจำของแบบวิศวกรรม แผนผัง และคู่มือเครื่องจักร พอถึงต้นยุคเจ็ดสิบ นักออกแบบกราฟิกก็หยิบมาใช้กันทั่วไป

แผงควบคุมเครื่องจักรเก่า มีไฟสัญญาณสีเขียวแดงส้ม สวิตช์หมุน และตัวอักษรพิมพ์ใหญ่กำกับหน้าที่ของแต่ละปุ่ม

ในปี 1962 Novarese กลับมาทำต่อเอง เขาเติมตัวพิมพ์เล็กเข้าไป เพิ่มน้ำหนักหนาแบบบีบ และทำรุ่นแคบพิเศษที่เรียกว่า Eurostile Compact รวมทั้งชุดได้เจ็ดแบบ

ชื่อใหม่คือ Eurostile และจากตัวอักษรสำหรับป้ายกำกับ มันกลายเป็นฟอนต์ที่เอาไปเรียงเป็นข้อความยาวได้

รูปทรงที่มาจากยุคของมันเอง

สิ่งที่ทำให้ Eurostile จำได้ทันทีคือโครงของตัวอักษร ตัว O ไม่กลม ตัว D ไม่มีส่วนโค้งแบบปกติ ทุกตัวถูกอัดให้เข้าไปอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมที่มุมถูกลบโค้ง

โทรทัศน์พกพาตัวเรือนสีส้มพร้อมเสาอากาศ วางบนเคาน์เตอร์ครัวข้างแก้วสีเขียวและเหลือง ในแสงแดดตอนเย็น

รูปทรงนั้นมีชื่อทางเรขาคณิตว่า superellipse และในช่วงเวลานั้นมันอยู่รอบตัวคนไปหมด ทั้งจอโทรทัศน์ ทั้งหน้าต่างเครื่องบิน ทั้งหน้าปัดเครื่องมือวัด

Novarese ไม่ได้ประดิษฐ์รูปทรงขึ้นมาใหม่ เขาแค่สังเกตว่าโลกรอบตัวกำลังเปลี่ยนไปใช้ทรงนี้ แล้วพาตัวอักษรตามไปด้วย

หน้าปัดวัดแบบอนาล็อกสองอันในกรอบสี่เหลี่ยมมุมโค้งบนแผงเครื่องจักรเก่า มีป้ายตัวอักษรกำกับอยู่ด้านล่าง

นี่เป็นวิธีทำงานที่ต่างจากฟอนต์เรขาคณิตรุ่นก่อนหน้า อย่าง Futura ซึ่งเริ่มจากวงกลมและสามเหลี่ยมของโรงเรียนเบาเฮาส์ คือเริ่มจากอุดมคติทางเรขาคณิตแล้วบังคับให้ตัวอักษรเชื่อฟัง ส่วน Eurostile เริ่มจากของจริงที่วางอยู่ในห้อง

อนาคตที่ค้างอยู่ในอดีต

เรื่องที่ตลกร้ายคือ Eurostile กลายเป็นฟอนต์ที่คนใช้เวลาอยากให้บางอย่างดูล้ำยุค

ยานอวกาศในหนัง แผงควบคุมในเกม ฉลากสินค้าที่อยากบอกว่าข้างในมีเทคโนโลยี ทั้งหมดนี้ใช้ตัวอักษรทรงเหลี่ยมมุมโค้งซ้ำแล้วซ้ำอีกจนมันกลายเป็นภาษาที่คนอ่านออกโดยไม่ต้องบอก

โทรทัศน์ตัวเรือนไม้ยุคกลางศตวรรษวางบนตู้ กำลังฉายภาพขาวดำของการแถลงข่าว ข้างกันมีโคมไฟตั้งโต๊ะ

แต่รูปทรงที่มันยืมมานั้นมาจากหลอดภาพซึ่งเลิกผลิตไปแล้ว จอทุกวันนี้แบนและมุมเกือบฉาก ไม่มีเหตุผลทางกายภาพให้ต้องโก่งอีกต่อไป

Eurostile จึงเป็นตัวอักษรที่บอกเวลาสองชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกมันบอกว่าอนาคต ชั้นที่สองมันบอกว่าเป็นอนาคตแบบที่คนปี 1962 คิดว่าจะเกิดขึ้น

ฟอนต์ที่ยืมรูปทรงจากวัตถุร่วมสมัยมักเป็นแบบนี้ มันสดอยู่ได้พักหนึ่ง แล้ววัตถุต้นแบบก็หายไปก่อน เหลือแต่ตัวอักษรที่ยังจำรูปร่างของสิ่งที่ไม่มีแล้วเอาไว้

คนที่โตมากับจอแบนอาจอ่าน Eurostile แล้วรู้สึกว่ามันล้ำ โดยไม่เคยรู้เลยว่ากำลังมองรูปร่างของเครื่องรับโทรทัศน์ที่พ่อแม่เคยนั่งดู

อ้างอิง: Letterform Archive, German Museum of Books and Writing, Type Network

Photo credit: Ajeet Mestry, Pawel Kadysz, Francisco Andreotti, Nick Nice, Deleece Cook, Lucrezia Carnelos / Unsplash


ชวนดูของในร้าน Portjolio

Illusion Hole Black-White

Illusion Hole Black-White จาก lineandpoint studio เล่นกับเรื่องเดียวกัน คือการทำให้ระนาบแบนดูเหมือนมีความโค้งอยู่ข้างใน

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด