นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งถามคำถามสั้นๆ กับบริษัททำพู่กันแห่งหนึ่งว่า มีพู่กันสำหรับคนถนัดซ้ายบ้างไหม
คำถามนั้นดูเล็กมาก แต่บริษัทที่ได้รับคำถามคือ あかしや หรือ Akashiya ซึ่งทำพู่กันมาตั้งแต่ปี 1716 ที่เมืองนารา อันเป็นต้นกำเนิดของการทำพู่กันในญี่ปุ่น และคำตอบที่ตรงที่สุดในตอนนั้นคือไม่มี

สามร้อยปีของการทำพู่กัน กับคำถามที่ไม่เคยมีใครถามดังพอ
กลางเดือนกรกฎาคม 2026 Akashiya ออกพู่กันชื่อ 書写楽LEFTY หรือ Shosharaku LEFTY ซึ่งเป็นพู่กันเขียนอักษรที่ออกแบบมาสำหรับคนถนัดซ้ายโดยเฉพาะ
ปัญหาที่มองไม่เห็นถ้าไม่ได้ถนัดซ้าย
การเขียนอักษรด้วยพู่กันมีกติกาเรื่ององศา ปลายพู่กันต้องเอียงในทิศทางหนึ่งเพื่อให้เส้นออกมาถูกต้องตามหลักพื้นฐาน คนถนัดขวาได้องศานั้นมาฟรี เพราะเครื่องมือถูกออกแบบรอบมือขวามาตลอด

คนถนัดซ้ายต้องบิดข้อมือ ยกศอก หรือหมุนกระดาษเพื่อให้ได้องศาเดียวกัน ท่าที่ได้จึงฝืน และมือของตัวเองยังบังปลายพู่กันกับตัวอักษรที่เพิ่งเขียนไปด้วย
ผลคือเด็กถนัดซ้ายจำนวนมากเรียนวิชาคัดอักษรด้วยความรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้ ทั้งที่เครื่องมือต่างหากที่ไม่เคยถูกทำมาเพื่อเขา

ทางแก้ที่อยู่ในด้าม
สิ่งที่ Akashiya เปลี่ยนไม่ใช่ขนแปรง ไม่ใช่วัสดุ แต่เป็นด้าม
ด้ามของ Shosharaku LEFTY ทำมุมเอียงไว้ตั้งแต่แรก เมื่อคนถนัดซ้ายจับในท่าที่สบายที่สุด ปลายพู่กันจะชี้ไปทางซ้ายบนเป็นมุม 45 องศาเองโดยไม่ต้องบิดอะไรเลย
องศานั้นคือองศาเดียวกับที่คนถนัดขวาได้มาโดยธรรมชาติ

เป็นการแก้ปัญหาที่เรียบมาก ไม่ต้องเพิ่มกลไก ไม่ต้องเพิ่มชิ้นส่วน แค่เอียงไม้ที่ถืออยู่ในมือ
กว่าจะได้องศานั้นบริษัททดสอบกับครูสอนคัดอักษร ครูโรงเรียน และนักเรียนถนัดซ้ายจริงหลายรอบ ซึ่งเป็นวิธีทำงานแบบเดียวกับที่ช่างฝีมือญี่ปุ่นทำกับวัตถุใช้สอยมานาน คือแก้จากมือของคนใช้ ไม่ใช่จากโต๊ะเขียนแบบ

ตัวสินค้ามีสองเบอร์ เบอร์ 3 เป็นหัวหนาสำหรับเขียนตัวใหญ่สองถึงสี่ตัว ราคา 1,320 เยน และเบอร์ 8 เป็นหัวเล็กสำหรับเขียนชื่อกำกับ ราคา 880 เยน ขายเป็นชุดสองด้ามได้ที่ 1,980 เยน

ของเก่าที่ยอมขยับ
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากข่าวเปิดตัวสินค้าทั่วไป คือมันเกิดกับของที่ฟอร์มนิ่งมานานมาก
พู่กันเขียนอักษรเป็นวัตถุที่แทบไม่เปลี่ยนรูปมาเป็นพันปี ด้ามตรง ขนรวบเป็นกรวย ปลายแหลม ทุกอย่างถูกล็อกไว้ด้วยขนบและด้วยความเคยชิน การเอียงด้ามจึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นการยอมรับว่ารูปทรงมาตรฐานที่ใช้กันมาตลอดนั้นเป็นมาตรฐานของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

วัตถุใช้สอยของญี่ปุ่นมักซ่อนการคิดแบบนี้ไว้ในรายละเอียดที่มองผ่านได้ง่าย เหมือนที่เราเคยเขียนถึง ไม้บรรทัดไม้ไผ่ของ Taku Inomata ซึ่งความงามทั้งหมดอยู่ในการตัดสินใจเล็กๆ ไม่กี่จุด
Akashiya ไม่ได้ทำแค่พู่กันคัดอักษร บริษัทยังทำแปรงแต่งหน้าและปากกาพู่กันด้วยเทคนิคเดียวกันของนารา ซึ่งแปลว่าองค์ความรู้ที่ใช้เอียงด้ามนี้มาจากคลังเดียวกับที่สะสมมาสามร้อยปี
คนถนัดซ้ายมีอยู่ราวหนึ่งในสิบของประชากรโลกมาตลอด ตัวเลขนี้ไม่เคยเปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนคือมีคนถามออกมาดังพอ และมีบริษัทที่ฟัง
ในกล่องเครื่องเขียนของใครสักคน อาจยังมีของอีกหลายชิ้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อคนอื่น และเจ้าของมันก็ยังคิดว่าเป็นความผิดของตัวเอง
อ้างอิง: 株式会社あかしや via PR TIMES
Photo credit: あかしや (Akashiya) via PR TIMES
ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

Daily Eyes Postcard No.1 พิมพ์บนกระดาษ Photo Satin ที่ผิวหน้าด้าน เขียนด้วยปากกาแล้วหมึกไม่เยิ้ม ซึ่งเป็นเรื่องที่คนถนัดซ้ายรู้ดีว่าสำคัญ
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด