กลางลานคอนกรีตของ Barbican ในลอนดอน กลิ่นอบเชยลอยมาถึงก่อนที่จะเห็นตัวงาน
เป็นกลิ่นที่ไม่ควรอยู่ในอาคารบรูทัลลิสต์ซึ่งสร้างด้วยคอนกรีตเปลือยทั้งหลัง แต่มันอยู่ตรงนั้นจริง ลอยออกมาจากดินกว่าสามสิบตันที่ถูกปั้นด้วยมือจนกลายเป็นรูปวงรีขนาดใหญ่ วางนิ่งอยู่กลางลานประติมากรรม

งานชิ้นนี้ชื่อ origo ซึ่งเป็นภาษาละตินแปลว่าจุดกำเนิด ผลงานของ Delcy Morelos ศิลปินชาวโคลอมเบีย จัดแสดงที่ Barbican Sculpture Court ระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2026
วัสดุของมันคือดินและดินเหนียวที่ผสมเครื่องเทศลงไป ทั้งอบเชยและกานพลู ปั้นขึ้นเป็นฟอร์มอินทรีย์ที่จัดวางล้อมช่องว่างตรงกลาง คนที่เดินเข้าไปจึงไม่ได้แค่มอง แต่ได้กลิ่นและได้ยืนอยู่ในนั้นด้วย
ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร ที่ Tate Modern อีกฝั่งของแม่น้ำเทมส์ นิทรรศการใหญ่ของ Ana Mendieta เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 และจะอยู่ยาวไปจนถึงกลางเดือนมกราคมปีหน้า รวมผลงานกว่า 120 ชิ้น

สองงานนี้ไม่ได้นัดกันมา แต่บังเอิญอยู่ในเมืองเดียวกัน ช่วงเวลาเดียวกัน และใช้วัสดุเดียวกัน
วัสดุที่ไม่ยอมอยู่นิ่ง
Mendieta เกิดที่คิวบาเมื่อปี 1948 และถูกส่งออกนอกประเทศตั้งแต่อายุสิบสอง เธอเรียกงานชุดสำคัญที่สุดของตัวเองว่า earth-body คือการเอาร่างกายกดลงไปในโคลน ในหิน ในน้ำ ในพื้นป่า จนเหลือเป็นรอยรูปคน
ชุด Silueta ทำแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก บางชิ้นเป็นรอยกดจริง บางชิ้นเป็นเส้นที่ขีดลงไปบนพื้นผิว รอยที่เหลือดูเหมือนซากดึกดำบรรพ์ของคนคนหนึ่งที่ถูกฝังอยู่ในภูมิประเทศ

เธอเคยพูดถึงงานตัวเองสั้นๆ ว่ามันอยู่ในขนบของศิลปะยุคหินใหม่ และเรียกสิ่งที่ทำว่าเป็นการกลับไปหาต้นทาง
คำว่า origo ของ Morelos แปลตรงตัวก็คือเรื่องเดียวกัน
สิ่งที่ดินทำกับห้องแสดงงาน
หอศิลป์สมัยใหม่ถูกออกแบบมาให้เป็นกล่องขาวที่ควบคุมได้ทุกอย่าง อุณหภูมิคงที่ ความชื้นคงที่ แสงคงที่ ทุกอย่างในนั้นถูกทำให้หยุดเวลา
ดินไม่ยอมทำตามกติกานั้น มันแห้ง มันแตก มันร่วง กลิ่นของมันค่อยๆ จางลงตลอดสามเดือนที่จัดแสดง คนที่มาดูวันแรกกับคนที่มาดูวันสุดท้ายจึงเห็นงานคนละชิ้นกัน ทั้งที่มันคือชิ้นเดียวกัน

นี่คือจุดที่วัสดุกลายเป็นเนื้อหาเอง ไม่ใช่แค่ของที่ใช้ทำงาน
และเป็นเหตุผลที่การถ่ายรูปงานพวกนี้แล้วเอาไปดูบนจอไม่เคยได้เรื่องเท่าไร เพราะสิ่งที่หายไปคือกลิ่น ความชื้น และน้ำหนักของอากาศรอบตัวงาน ซึ่งบังเอิญเป็นเกือบทั้งหมดของสิ่งที่ศิลปินตั้งใจให้เกิดขึ้น

ทำไมถึงเป็นตอนนี้
ดินเป็นวัสดุที่คนทำงานสร้างสรรค์ใช้มานานที่สุดชนิดหนึ่ง ก่อนกระดาษ ก่อนผ้าใบ ก่อนหน้าจอ ช่างปั้นหม้อรู้จักมันมาห้าพันปีแล้ว
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือตำแหน่งของมัน จากวัสดุของงานฝีมือที่ถูกจัดให้อยู่ชั้นล่างของลำดับชั้นทางศิลปะมาตลอด ตอนนี้มันถูกยกขึ้นมาอยู่กลางห้องหลักของสถาบันที่ใหญ่ที่สุดในลอนดอน

เรื่องคล้ายกันนี้เคยเกิดกับงานของศิลปินเกาหลีกลุ่มหนึ่งที่ใช้ดิน กระดาษ และกระเบื้อง เป็นเครื่องมือพูดถึงตัวตน ซึ่งเราเคยเขียนถึงไว้ใน Elsewhere, Still Ours วัสดุพื้นถิ่นที่เคยถูกมองว่าธรรมดากลับกลายเป็นสิ่งที่พูดได้ตรงที่สุด
Morelos ทำงานกับดินจากมุมของคนที่โตมาในภูมิภาคซึ่งดินมีความหมายทางการเมือง เรื่องที่ดิน เรื่องการถือครอง เรื่องคนที่ถูกย้ายออกจากผืนดินของตัวเอง Mendieta ก็เขียนเรื่องเดียวกันด้วยร่างกายของเธอเองตั้งแต่ยุคเจ็ดสิบ
ผู้ชมที่เดินเข้าไปในลานคอนกรีตนั้นอาจไม่ได้คิดถึงเรื่องพวกนี้เลย อาจแค่รู้สึกว่าที่ตรงนั้นเย็นกว่าที่อื่น และมีกลิ่นที่คุ้นแต่นึกไม่ออกว่าคุ้นจากไหน
สามสิบตันของดินจะถูกขนออกไปเมื่อถึงสิ้นเดือนนี้ แล้วลานคอนกรีตก็จะกลับไปเป็นลานคอนกรีต ส่วนกลิ่นอบเชยคงอยู่ต่อไปอีกสักพัก ก่อนจะหายไปเหมือนไม่เคยมี
อ้างอิง: Barbican Centre, Tate Modern, Colossal, Dezeen
Photo credit: Gabriel Jimenez, Aaron Ghena, Anne Nygård, Zbynek Burival, Roman Kraft, Bruno Braga / Unsplash
ของชิ้นนี้จากร้าน Portjolio

Genesis of Formation คือ risograph zine ของ double-T ที่เล่าเรื่องจุดกำเนิดของสรรพสิ่ง ชื่อมันแปลได้ใกล้เคียงกับคำว่า origo พอดี
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด