ผนังโมเสกกระเบื้องเซรามิกลวดลายนามธรรมสีดินและชมพูอมฟ้าบนอาคารในกวาดาลาฮารา ผลงาน Shape of Movement ของ Alex Proba

แดดบ่ายของกวาดาลาฮาราตกลงบนผนังด้านหนึ่งของอาคาร แล้วสิ่งที่เคยเป็นแค่กำแพงก็เริ่มขยับ ไม่ได้ขยับจริง แต่รูปทรงบนกระเบื้องหลายพันชิ้นทำให้สายตาเราเชื่อไปเองว่ามันกำลังไหลไปข้างหน้า

ผนังนี้ชื่อ Shape of Movement เป็นงานกระเบื้องเซรามิกของ Alex Proba นักออกแบบที่ทำงานภายใต้ชื่อ Studio Proba ร่วมกับช่างฝีมือจากโรงเซรามิก Cerámica Suro งานปกคลุมผนังของอาคาร Torre San Luis เอาไว้ทั้งด้าน ไม่ใช่ภาพวาดที่แปะทับลงไป แต่เป็นพื้นผิวที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคารจริงๆ

ชื่อของ Proba เป็นที่รู้จักจากภาษาของรูปทรงอินทรีย์ ก้อนโค้งมนที่ดูเหมือนใบไม้ ก้อนหิน หรือหยดน้ำ ที่เธอวางซ้อนกันจนกลายเป็นภาพนามธรรม เธอเริ่มจากโปรเจกต์ทำโปสเตอร์วันละใบต่อเนื่องหลายปี ก่อนจะขยับจากงานบนกระดาษไปสู่พรม สระว่ายน้ำ และตอนนี้คือผนังทั้งด้านของอาคาร

มุมมองผนังอาคาร Torre San Luis ที่ปกคลุมด้วยกระเบื้องลวดลายนามธรรมไหลต่อเนื่องไปตามสถาปัตยกรรม

สิ่งที่หยุดสายตาไว้ไม่ใช่ความจัดจ้าน กลับเป็นสีที่เธอเลือกใช้ โทนดินอุ่นๆ ชมพูฝุ่น และฟ้าจาง ทั้งหมดเป็นสีที่ดูเหมือนถูกถอดออกมาจากแสงและภูมิทัศน์ของเมืองนั้นเอง มันไม่ใช่พาเลตต์ที่ตะโกน แต่เป็นพาเลตต์ที่กลมกลืนไปกับอากาศรอบตัว เหมือนงานถูกออกแบบมาให้อยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก

Proba เล่าว่างานชิ้นนี้พูดถึงการเคลื่อนที่ที่เราพาไปกับตัวทุกวันในแต่ละพื้นที่ เธออยากให้รูปทรงดูเหมือนกำลังคุยกันเอง และไหลไปตามสถาปัตยกรรมของอาคาร ไม่ใช่ภาพนิ่งที่ถูกตรึงไว้ นี่คือความร่วมมือครั้งที่สองระหว่างเธอกับ Cerámica Suro หลังจากงานกระเบื้องในสระว่ายน้ำที่บ้านหลังหนึ่งในไมอามี

กระเบื้องเซรามิกทำมือจากเวิร์กช็อป Cerámica Suro ที่ใช้ประกอบเป็นผนังผลงาน Alex Proba

Cerámica Suro เองก็ไม่ใช่โรงงานกระเบื้องธรรมดา ที่นี่คือเวิร์กช็อปในกวาดาลาฮาราที่ทำงานร่วมกับศิลปินร่วมสมัยมายาวนาน กระเบื้องทุกชิ้นผ่านมือช่าง ผ่านเตาเผา ผ่านความคลาดเคลื่อนเล็กๆ ที่งานทำมือมักมี เมื่อเอาชิ้นเหล่านั้นมาต่อกันเป็นผนังขนาดใหญ่ ความไม่เท่ากันเล็กน้อยกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้พื้นผิวมีชีวิต แสงตกกระทบแต่ละแผ่นไม่เท่ากัน เงาจึงเดินไปทั่วผนังในแต่ละช่วงของวัน

รูปทรงอินทรีย์คล้ายใบไม้และก้อนเมฆในโทนดินและฟ้าจางบนผนังกระเบื้องของ Alex Proba

การเอางานนามธรรมไปวางบนอาคารสาธารณะมีความเสี่ยงอยู่ในตัว เพราะมันต้องอยู่กับคนที่เดินผ่านทุกวัน ไม่ใช่คนที่ตั้งใจมาดูงานในแกลเลอรี Proba เลือกทางที่ไม่บังคับให้ใครต้องเข้าใจ เธอปล่อยให้รูปทรงทำหน้าที่ของมันเอง บางคนอาจเห็นเป็นสวน บางคนเห็นเป็นคลื่น บางคนอาจเดินผ่านไปโดยรับรู้แค่ว่าผนังนี้ทำให้มุมถนนดูอ่อนลง

ความสัมพันธ์ระหว่างสี แสง และสถาปัตยกรรมแบบนี้ทำให้นึกถึงงานอีกสายหนึ่งที่เล่นกับการรับรู้ของสายตาโดยตรง อย่างที่เราเคยเขียนถึง James Turrell กับ Skyspace ที่เปลี่ยนการมองท้องฟ้าให้กลายเป็นงาน ทั้งสองงานไม่ได้ขอให้เราหยุดยืนอ่านความหมาย แต่ขอแค่ให้เราสังเกตว่าแสงกำลังทำอะไรกับพื้นที่ตรงหน้า

รายละเอียดกระเบื้องเซรามิกทำมือรูปทรงโค้งสีชมพูฝุ่นและครีมบนผนังผลงาน Alex Proba

สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างคือระยะเวลา ภาพวาดบนกำแพงส่วนใหญ่มีอายุของมัน สีซีด ผนังลอก แล้วก็ถูกทาทับ แต่กระเบื้องเซรามิกถูกเผามาให้อยู่กับแดดกับฝน งานชิ้นนี้จึงถูกวางแผนมาให้ค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเมือง ไม่ใช่ของที่มาแล้วไป มันจะอยู่ตรงนั้นนานพอที่คนแถวนั้นจะเลิกสังเกตมัน แล้ววันหนึ่งกลับมามองใหม่

ผนังกระเบื้องมองจากระยะไกลกลมกลืนกับแสงแดดและภูมิทัศน์เมืองกวาดาลาฮารา

บนผนังด้านหนึ่งของอาคารในเมืองที่ร้อนและสว่าง รูปทรงที่ไม่มีชื่อกำลังเคลื่อนไปช้าๆ ตามเงาที่ขยับ และบางที นั่นอาจเป็นสิ่งเดียวที่งานชิ้นนี้ตั้งใจจะบอก

ดูงานอื่นของ Alex Proba เพิ่มเติมได้ที่ Instagram @alexproba และ studioproba.com

Photo credit: New Forms Media / courtesy Alex Proba via Colossal


ของชิ้นนี้จากร้าน Portjolio

Genesis of Formation ซีนริโซกราฟโดย double-T

Genesis of Formation ซีนริโซกราฟของ double-T ที่เล่าเรื่องรูปทรงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากความว่าง เข้ากันกับผนังที่ปล่อยให้รูปทรงและสีไหลไปทีละนิดแบบนี้

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด