
บนปกนิตยสาร New Yorker ฉบับหนึ่ง มีภาพผู้หญิงสองคนนั่งอยู่ริมหน้าต่าง — ไม่มีเงา ไม่มีรายละเอียดบนใบหน้า มีแค่สีแบนๆ สองสามสี กับเส้นโค้งที่แบ่งพื้นที่ออกจากกัน
แค่นั้น แต่มันจับตาได้ทันที
Malika Favre เป็นนักวาดภาพประกอบชาวฝรั่งเศสที่ใช้ชีวิตอยู่ระหว่าง London กับ Barcelona เธอเป็นที่รู้จักจากงานที่คนมักเรียกว่า “Pop Art meets Op Art” — สีสดตัดกันแรง รูปทรงเรขาคณิต และ negative space ที่ทำหน้าที่เล่าเรื่องไม่น้อยไปกว่าส่วนที่วาดไว้
แต่คำอธิบายแบบนั้นยังจับท่าทีของงานเธอได้ไม่ทั้งหมด

กระบวนการทำงานของ Favre ไม่ได้เริ่มจากการวาด — มันเริ่มจากการลบ เธอเคยอธิบายว่าขั้นตอนของเธอคือการตัดรายละเอียดออกทีละชั้น จนเหลือแค่สิ่งที่น้อยที่สุดที่ยังสื่อสารได้ ภาพคนหนึ่งคนอาจเหลือแค่เส้นคอกับแนวไหล่ ภาพเมืองทั้งเมืองอาจถูกย่อให้เป็นแค่สีสองสีกับรูปทรงไม่กี่ชิ้น
มันไม่ใช่ความเรียบง่ายแบบที่เกิดจากการทำน้อย — มันเป็นความเรียบง่ายที่เกิดจากการรู้ว่าอะไรเอาออกได้
ผลงานที่คนรู้จักกันมากที่สุดของเธออาจเป็นปกหนังสือ Kama Sutra ฉบับ Penguin Books — ภาพร่างกายมนุษย์ที่ถูกลดทอนจนเหลือแค่เส้นขอบและพื้นที่สี กลายเป็นภาพที่ดูกล้าและเงียบในเวลาเดียวกัน หรืองาน identity ของ BAFTA ที่เธอออกแบบให้พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์อังกฤษ — ภาพคนดูในโรงหนังที่มองเห็นแค่ silhouette กับแสงจอที่สะท้อนบนใบหน้า
ทุกชิ้นงานมีท่าทีเดียวกัน — ลดทุกอย่างลงจนเหลือจังหวะที่แม่นยำ

แต่ Favre ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพประกอบบนหน้ากระดาษ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เธอเริ่มขยับเข้าสู่งานสามมิติ — เซรามิก ประติมากรรม เฟอร์นิเจอร์ เส้นโค้งแบบเดียวกับที่เคยอยู่บนจอ ถูกแปลงไปอยู่บนวัตถุที่จับต้องได้ ความแบนที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอกลับมีมิติใหม่เมื่อมันกลายเป็นพื้นผิวจริง
มันเหมือนการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เธอสนใจไม่ใช่ medium — แต่เป็นคำถามที่ว่า “เอาออกได้อีกเท่าไหร่ก่อนที่มันจะหายไป”
งานของ Favre ไม่ได้พยายามบอกว่ามันฉลาด ไม่ได้โชว์ process ไม่ได้เล่า backstory เธอวางภาพไว้ตรงนั้น — สีไม่กี่สี เส้นไม่กี่เส้น — แล้วปล่อยให้มันทำหน้าที่ของมันเอง
บางทีสิ่งที่ทำให้งานเหล่านี้ยังคงอยู่ในหัวได้นาน ไม่ใช่สิ่งที่เธอวาดลงไป แต่เป็นสิ่งที่เธอเลือกจะไม่วาด
ติดตามผลงาน Malika Favre ได้ที่ malikafavre.com และ Instagram @malikafavre
ภาพประกอบจาก Creative Boom / ผลงานโดย Malika Favre
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio — ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด