เปิดเอกสารเปล่าขึ้นมาในโปรแกรมพิมพ์งาน แล้วเริ่มพิมพ์โดยไม่แตะอะไรเลย ตัวอักษรที่ออกมาเป็นเส้นมีเชิง หนาบางสลับกัน ดูเป็นทางการอย่างเงียบๆ หลายคนพิมพ์งานทั้งชีวิตด้วยหน้าตาแบบนี้โดยไม่เคยรู้ว่ามันมีชื่อ ฟอนต์นั้นคือ Times New Roman และเรื่องของมันเริ่มจากคำบ่นเรื่องหนังสือพิมพ์

เครื่องพิมพ์ตัวอักษรในโรงพิมพ์

ปี 1929 สแตนลีย์ มอริสัน นักประวัติศาสตร์ตัวพิมพ์ชาวอังกฤษ เขียนวิจารณ์ว่าหนังสือพิมพ์ The Times ของลอนดอนพิมพ์ด้วยตัวอักษรที่ล้าสมัยและอ่านยาก แทนที่จะปล่อยให้เป็นแค่คำบ่น ทางหนังสือพิมพ์ท้ากลับว่าถ้าเก่งนักก็ออกแบบตัวใหม่มาสิ มอริสันรับคำท้า แล้วทำงานร่วมกับวิกเตอร์ ลาร์เดนต์ ช่างเขียนแบบในแผนกโฆษณาของ The Times

โจทย์ของพวกเขาแคบและชัด ตัวอักษรต้องอ่านง่ายเมื่อพิมพ์เล็กบนกระดาษหนังสือพิมพ์คุณภาพไม่สูง และต้องประหยัดเนื้อที่ เพราะทุกมิลลิเมตรในหน้าหนังสือพิมพ์มีค่า คำตอบคือตัวอักษรที่ตัวค่อนข้างแคบ เชิงคม และน้ำหนักเส้นที่ตัดกันพอให้ตาแยกตัวอักษรออกจากกันได้เร็วแม้ตัวเล็ก

ตัวอักษรเซริฟระยะใกล้บนหน้ากระดาษพิมพ์

The Times เริ่มใช้ตัวอักษรใหม่นี้ในวันที่ 3 ตุลาคม 1932 ชื่อของมันบอกที่มาตรงตัว Times มาจากชื่อหนังสือพิมพ์ ส่วน New Roman บอกว่าเป็นการปรับปรุงตัวอักษรโรมันแบบเก่าให้ใหม่ขึ้น มันถูกออกแบบมาเพื่องานเฉพาะหน้าจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นตัวอักษรของคนทั้งโลก

คอลัมน์ตัวอักษรบนหน้าหนังสือพิมพ์

แต่ความประหยัดเนื้อที่และความอ่านง่ายทำให้มันเดินทางไกลกว่าที่คิด จากหน้าหนังสือพิมพ์ มันไปอยู่ในหนังสือ เอกสารราชการ วิทยานิพนธ์ และในที่สุดก็กลายเป็นฟอนต์ตั้งต้นของโปรแกรมพิมพ์งานที่คนทั้งโลกใช้ ช่วงหนึ่ง การพิมพ์เอกสารหมายถึงการพิมพ์ด้วย Times New Roman โดยปริยาย

หนังสือพิมพ์มัดวางบนโต๊ะ

ความคุ้นเคยระดับนั้นมีผลข้างเคียงที่แปลก ยิ่งเห็นบ่อย เรายิ่งเลิกเห็นมัน Times New Roman กลายเป็นตัวอักษรที่โปร่งใส คนอ่านมองทะลุผ่านไปหาเนื้อความโดยไม่ทันสังเกตรูปทรงของมันเลย และเพราะมันผูกกับเอกสารจริงจังมานาน มันจึงพ่วงความรู้สึก เป็นทางการ น่าเชื่อถือ และวิชาการ มาด้วยโดยอัตโนมัติ

ที่น่าคิดคือ การเลือกใช้ตัวตั้งต้นก็เป็นการเลือกอย่างหนึ่ง คนที่ส่งงานด้วย Times New Roman มักไม่ได้คิดว่ากำลังเลือกฟอนต์ แต่สายตาคนอ่านรับสารบางอย่างไปแล้ว ต่างจากการหยิบฟอนต์ที่อบอุ่นกว่าอย่าง Garamond มาใช้กับหนังสือ ที่ให้อารมณ์ช้าลงและนุ่มขึ้น ตัวอักษรแต่ละตัวพาน้ำเสียงของมันมาด้วยเสมอ

หนังสือพิมพ์กองซ้อนกัน

ทุกวันนี้นักออกแบบหลายคนเลี่ยง Times New Roman เพราะมันบอกกลายๆ ว่า ไม่ได้เลือก แต่ในความเลี่ยงนั้นเองก็เป็นการยอมรับว่ามันมีน้ำเสียงชัดเจนเกินกว่าจะเป็นกลางจริงๆ ตัวอักษรที่เคยถูกออกแบบให้หายตัวไปในเนื้อความ กลับมีตัวตนมากที่สุดตอนที่เราพยายามไม่ใช้มัน

หน้าหนังสือพิมพ์ที่เต็มไปด้วยตัวอักษร

ฟอนต์ที่ออกแบบมาเพื่อย่นเนื้อที่ในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อเกือบร้อยปีก่อน วันนี้ยังนั่งอยู่เงียบๆ ในเอกสารนับไม่ถ้วน บางที สิ่งที่บอกอะไรเกี่ยวกับตัวเรามากที่สุด อาจเป็นตัวอักษรที่เราใช้ตอนที่คิดว่าไม่ได้เลือกอะไรเลย

Photo credit: Unsplash


ชวนดูของในร้าน Portjolio

Portjolio Mini Color Palette Keychain

Mini Color Palette Keychain พวงกุญแจรูปจานสีของนักออกแบบ ของชิ้นเล็กที่อยู่ข้างมือคนทำงานกราฟิก เช่นเดียวกับการเลือกฟอนต์ การเลือกสีก็เป็นการตัดสินใจที่คนนอกมักมองไม่เห็น

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด