
ที่ด้านหลังของเครื่องมีแผ่นโลหะเล็กๆ สลักพิกัดในทะเลกับชื่อสายพันธุ์ฉลามเอาไว้
ไม่ใช่ลวดลายตกแต่ง แต่มันบอกว่าหนังที่หุ้มตัวเครื่องชิ้นนี้มาจากฉลามตัวไหน จับขึ้นมาจากตรงไหนของทะเล
SHARK BURGER คือเครื่องเล่นแผ่นเสียงพกพารุ่นพิเศษของ Audio-Technica ต่อยอดมาจาก SOUND BURGER เครื่องเล่นทรงแบนที่วางทับลงบนแผ่นโดยตรง ซึ่งแบรนด์ปล่อยออกมาตั้งแต่ยุค 80 แล้วเพิ่งกลับมาผลิตอีกครั้งเมื่อไม่กี่ปีก่อน
รอบนี้ Audio-Technica จับมือกับเมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ เมืองที่อยู่กับการประมงฉลามมากว่า 400 ปี แล้วหยิบหนังฉลามซึ่งปกติเป็นของเหลือจากอุตสาหกรรม มาทำเป็นวัสดุหุ้มมือจับด้านหลังเครื่อง

ความเป็นฉลามไม่ได้อยู่แค่ชื่อ ฝาด้านบนทำลายหยักเลียนแบบฟันฉลาม เข็มเล่นแผ่นออกแบบเป็นรูปฉลาม ส่วนแผ่นรองแผ่นเสียงพิมพ์ภาพระบบนิเวศของอ่าวเคเซนนุมะลงไป
รายละเอียดพวกนี้ฟังดูเล่นๆ แต่มันไม่หลุดจากเรื่อง เพราะทุกชิ้นโยงกลับไปที่แหล่งที่มาเดียวกัน
และเพราะเป็นหนังจริง แต่ละเครื่องเลยมีพื้นผิวกับร่องรอยไม่เหมือนกัน ใช้ไปนานวันสีจะค่อยเปลี่ยนตามมือคนใช้ เป็นของที่แทบไม่มีทางได้สองชิ้นเหมือนกันเป๊ะ

ที่อยากให้มองนานกว่านั้น ไม่ใช่เรื่องคุณภาพเสียง แต่เป็นวิธีที่มันเลือกวัสดุ
หนังฉลามส่วนใหญ่เป็นของเหลือจากการจับเพื่อเอาเนื้อ การหยิบมันมาทำเป็นวัตถุที่คนอยากเก็บ คือการให้คุณค่ากับสิ่งที่เคยถูกมองข้าม และในเวลาเดียวกันก็ช่วยต่อลมหายใจให้อาชีพที่อยู่กับเมืองนี้มานาน
แผ่นโลหะสลักพิกัดที่ว่าตอนต้น จึงไม่ใช่ลูกเล่น แต่เป็นการทำให้ที่มาของวัสดุมองเห็นได้จริง
ช่วงหลังมีเครื่องเสียงหลายชิ้นที่ตั้งใจเป็นวัตถุดีไซน์มากกว่าเครื่องมือฟังเพลง ตั้งแต่งานที่ Bang & Olufsen ทำร่วมกับ Fragment Design ไปจนถึงเครื่องเสียงเล็กๆ ที่ออกแบบมาให้อยากตั้งโชว์ SHARK BURGER อยู่ในกระแสเดียวกัน แต่เลือกเล่าเรื่องผ่านวัสดุที่มีรากอยู่กับพื้นที่จริง

Audio-Technica เรียกแนวคิดเบื้องหลังรุ่นนี้ว่าการส่งเสียงที่ไม่เคยถูกได้ยินออกไป
พอวางแผ่นเสียงลงแล้วปล่อยให้เข็มรูปฉลามเริ่มหมุน เสียงที่ออกมาก็เป็นเพลงตามปกติ แต่ตัวเครื่องที่ถืออยู่ในมือ ดันพกเรื่องของทะเล ของเมือง และของอาชีพหนึ่งติดมาด้วยเงียบๆ
SHARK BURGER เปิดพรีออเดอร์ผ่าน Makuake ช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม 2026 ราคาเริ่มราว 28,000 เยน และมีแผนวางจำหน่ายทั่วไปเดือนกรกฎาคม 2026 ที่ราคา 33,000 เยน
Photo credit: Audio-Technica via PR TIMES
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด