สร้างบ้านเพื่อเสียง — Fragment Design × Bang & Olufsen
ในยุค 90 Hiroshi Fujiwara ตัดสินใจสร้างบ้านหลังหนึ่ง ไม่ใช่เพราะอยากมีพื้นที่ แต่เพราะเกลียดสายไฟที่ระเกะระกะ และอยากติดตั้งระบบเสียง Bang & Olufsen แบบ built-in เพื่อนของเขาบอกว่า ถ้าจะซื้อลำโพงพวกนี้ คุณต้องสร้างบ้านก่อน เพราะระบบสายไฟมัน — เขาก็สร้าง
กว่า 30 ปีผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างชายคนนี้กับแบรนด์เสียงจากเดนมาร์กก็ถูกทำให้เป็นทางการในที่สุด ผ่านคอลเลกชัน Fragment Design × Bang & Olufsen — สี่ผลิตภัณฑ์ iconic ที่ถูกจุ่มลงในจักรวาลขาวดำของ Fragment

สิ่งที่น่าสนใจคือการเลือกตัวสินค้า Fujiwara ไม่ได้จับแค่ของชิ้นเล็กที่ขายง่าย เขาเลือกตั้งแต่ Beosound A1 ลำโพงพกพาที่เป็น entry point ไปจนถึง Beosystem 9000c ระบบ CD สามเสาที่เป็น holy grail ของสาย hi-fi ช่วงราคาที่กว้างขนาดนี้บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิธีคิดของ Fujiwara — เขาไม่ได้ทำ collaboration เพื่อขายของ เขาทำเพราะอยากเห็นวัตถุเหล่านี้ในเวอร์ชันที่เขาจินตนาการ

หัวใจของคอลเลกชันนี้อยู่ที่พื้นผิว Bang & Olufsen พัฒนากระบวนการ anodize แบบใหม่และขัดด้วยมือเป็นครั้งแรกสำหรับสินค้ากลุ่ม portable โดยเฉพาะ สร้างพื้นผิวที่เรียกว่า “liquid black” — ดำวาวเหมือนหยดน้ำที่ค้างอยู่บนโลหะ มันไม่ใช่แค่ทาสีดำ กระบวนการ anodization ที่ทำด้วยมือทำให้ทุกชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมือนผิวหนังที่มีรายละเอียดไม่ซ้ำกัน
Fragment ใส่โลโก้สายฟ้าคู่เข้าไปอย่างเงียบๆ — บน ear cup ของ Beoplay H100 ใต้ตะแกรงของ Beosound A1 และบน CD clamper ของ 9000c ส่วน Beosound Shape ระบบลำโพงติดผนังแบบ modular ถูกจัดเรียง 7 ชิ้นในลวดลายดอกไม้ขาวดำ ได้แรงบันดาลใจจากสเกตช์ที่ Fujiwara วาดระหว่างเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ B&O ที่เมือง Struer ประเทศเดนมาร์ก — มันไม่ใช่แค่ลำโพง มันเป็นงานศิลปะบนผนังที่บังเอิญส่งเสียงได้

บางครั้งสิ่งของที่ดีที่สุดเกิดจากคนที่รอมานานพอ — ที่จะไม่รีบ ไม่กดดัน ไม่พยายามทำให้มันเป็นอะไรมากกว่าสิ่งที่มันควรเป็น Fujiwara รอ 30 ปี ผลลัพธ์คือชุดสินค้าที่เงียบ ดำ สะอาด และรู้ตัวเอง เหมือนดนตรีที่ดี ไม่จำเป็นต้องดังเพื่อให้ถูกได้ยิน
ภาพ: Bang & Olufsen / Wallpaper*
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio — ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด